แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Imagine-nation แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Imagine-nation แสดงบทความทั้งหมด

12 สิงหาคม 2553

Image-Nation : 二ノ国 / NINOKUNI [11/08/2010]



Ni no Kuni The Another World​ the Black wizard DS gameplay trailer
Credit : PlayscopeTrailers



Ni no Kuni The Another World Queen of the White Sacred Ash - Trailer - PS3
Credit : PlayscopeTrailers



Ninokuni: The Another World (PS3) - Debut Trailer
Credit : StartSelectBR

03 มิถุนายน 2553

31 พฤษภาคม 2553

Welcome to TOKYO Honey TOKYO



Welcome to TOKYO - Honey TOKYO [Trailer]
Credit : prukutkin — May 21, 2010 —



Welcome to TOKYO Honey TOKYO_1
Credit : MrNiconico2010 — April 11, 2010 —



Welcome to TOKYO Honey TOKYO_2
Credit : MrNiconico2010 — April 11, 2010 —

11 กุมภาพันธ์ 2553

Imagine-nation : COBRA [10/02/2010]

Credit : www.allocine.fr

"COBRA" เป็นผลงานของ "Buichi Terasawa" ถือเป็น Japanese Scifi Manga เรื่องแรกๆ ของญี่ปุ่น โดยเริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1978 ในนิตยสาร Shonen Jump เป็นเรื่องที่มีทั้งแอนดรอยด์,เอเลี่ยน และได้รับความนิยมในหลายๆ ประเทศ จนมีการนำไปสร้างเป็นอนิเมชั่นในปี 1992 ในชื่อ "Space Adventure, Cobra" รวมไปถึง "Time Drive" และ "Cobra the Animation" ในปี 2008 ที่เพิ่งผ่านมา

ด้วยคุณสมบัติของตัวเอก ที่ดูเท่ห์ (Cool), ฉลาด (Smart) แต่ก็เป็นคนใจอ่อน (Softhearted) และมีอารมณ์ขัน (humour) และการที่มีผู้หญิงห้อมล้อมมากมาย ทำให้เป็นที่นิยมของผู้อ่านในสมัยนั้น โดยผู้เขียนได้แรงบันดาลใจมาจากความชอบในการผจญภัยของผู้เขียน และความฝันในวัยเด็กที่อยากจะเป็น กะลาสี (Sailor), นักมายากล (Magician), และนักมวยปล้ำ (Wrestler) เมื่อรวมกันทั้งหมดนั่นก็คือ ตัว Cobra นั่นเอง [เป็นหลักการที่เคยได้ยินว่านักเขียนหลายท่านเขียนพระเอก โดยมีแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ตนเองอยากทำ หรือสิ่งอยากเป็น ในสมัยเด็ก นั่นเอง ในส่วนนี้รวมไปถึงนางเอกใน Manga เองบางครั้งก็มาจากผู้หญิงในอุดมคติของผู้เขียนเช่นกัน อ้างอิงจากเรื่อง Bakuman]

แนวเรื่อง จะมีการเดินเรื่องแบบเป็นผลมาจากหน้าที่ในฐานะของคนคนหนึ่งผสมกับจิตวิญญาณแบบซามูไร เนื่องจากตัวผู้เขียนเองนอกจากจะชอบแนวนิยายแบบไซไฟแล้วยังชอบหนังแนวซามูไรของญี่ปุ่นอีกด้วย และยังผลให้ ตัวศัตรูภายในเรื่อง ก็ถูกสร้างจากแนวคิดที่ให้มีอาวุธพลังทำลายล้างสูง ผสมผสานการให้ตัวละครที่เป็นมิตร หรือเพื่อนของตัวเอกมีลักษณะทางอารมณ์แบบคนญี่ปุ่น (Japanese Emotional Traits)

โลกภายในเรื่อง Cobra จะเป็นโลกที่ยากลำบากเพื่อเป็นการถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รู้สึกถึงการต่อสู้ และไม่ยอมแพ้กับปัญหาต่างๆ ของตัวเอก

นอกเหนือจากนี้ ลักษณะของภาพที่เป็นแนวคล้ายภาพถ่าย (Photorealistic) ทั้งในส่วนของตัวละครและฉากหลัง ข้อดีก็คือมันทำให้ได้งานที่มีลักษณะเหมือนจริงมาก แต่ก็มีข้อเสียในส่วนที่ต้องใช้เวลาในการทำงานมากด้วยเช่นกัน ทั้งเวลาของผู้เขียนเอง และเวลาของผู้ช่วยหลายๆ คนที่จำเป็นต้องมีฝีมือทางด้านนี้โดยเฉพาะอีกด้วย จึงทำให้งานที่เขียนของท่าน ออกวางตลาดแบบไม่ค่อยต่อเนื่องนัก (Irregular Series)

สำหรับการสัมภาษณ์ ตัวผู้เขียน คุณ "Buichi Terasawa" ท่านได้บอกว่า ...
- ชอบที่จะท้าทายสิ่งใหม่ๆ สิ่งใดที่คนอื่นไม่ทำนั้น ท่านชอบที่จะลองทำดู
- สิ่งสำคัญสำหรับการเขียนงาน ก็คือ การสะสมประสบการณ์ในชีวิต
- ท่านนับถืออาจารย์ "Tezuga Osamu" เป็นครู (Master) ท่านเชื่อว่าศิษย์จะได้รับจิตวิญญาณจากครู และศิษย์จะต้องนำสิ่งนั้นไปใช้และพัฒนาก้าวหน้าต่อไป
- ท่านเป็นคนแรกๆ ที่นำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการวาดการ์ตูน โดยเคยออกเป็นทั้งเกมของค่าย Hudson Game ในปี 1989 และหนังสือเป็นภาพแบบสีดิจิตอล (Digital Manga) ในปี 1995

นักวิจารณ์เชื่อว่าอาจารย์ "Tezuga Osamu" ได้ใช้ แนวทางที่มอง Manga เหมือนเป็น Movie คือ ต้องมีการเชื่อมโยงระหว่างภาพในแต่ละช่อง การดำเนินเนื้อเรื่องข้ามไปในแต่ละช่องนั้นต้องราบเรียบ โดยไม่ขึ้นอยู่กับ Text [ผมไม่แน่ใจว่า Text จะหมายถึง "คำบรรยายหรือคำพูด" หรือหมายถึง "บทหรือตัวบท" กันแน่ครับ] ซึ่งแนวคิดนี้คุณ "Buichi Terasawa" ได้เรียนรู้และนำมาใช้ได้อย่างดีในผลงานของท่าน

Creator's Interview - "Tomoyoshi Joko" มีงานอนิเมชั่นต่างๆ โดยจุดเด่นคือเป็นงานวาดด้วยมือทั้งหมด (ราว 2,000-5,000 ภาพต่อเรื่อง) และมักจะหยิบเรื่องใกล้ตัวมาทำ เช่น
- "Mr. Cloud and Mr. Rain" - เรื่องเกี่ยวกับเมฆซึ่งเห็นได้ทุกวัน
- "BUILDING" - ได้แรงบันดาลใจจากการเห็นตึกสูงๆ เมื่อยังอยู่ที่นิวยอร์ก โดยเป็นการนำเสนอความรู้สึกของตึกสูงแห่งหนึ่งซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองเพียงตึกเดียว (รอบๆ เป็นอาคารเล็กๆ เตี้ยๆ) ว่าตึกนั้นจะรู้สึกอย่างไรกับความโดดเดี่ยวนั้น และจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร (ตัวอย่าง)
- "Lizard Planet" - เป็นเรื่องที่ได้แนวคิดมาจากโลกของเรา
ทั้งนี้งานจะเน้นการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล และการใช้สีที่สดใส ส่วนสาเหตุที่เขาวาดมือทั้งหมดนั้น เขาให้เหตุผลว่าเพราะการเขียนด้วยมือทำให้เขาถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดีกว่า และเขามีความสุขกับมัน

เรื่องอื่นๆ
1. Lost Planet2 - ภาคใหม่มาพร้อมกับระบบการเล่นแบบ Online และอาวุธใหม่ๆ
2. The Disappearance of Haruhi Suzumiya - อนิเมชั่นภาคใหม่ของ Suzumiya Haruhi

[ต้องขออภัยที่ไม่ได้เขียนนาน เนื่องจากการเขียนบทความเช่นนี้ค่อนข้างใช้เวลามากครับ เนื่องจากมุ่งหวังที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากรายการให้มีถูกต้องที่สุดเท่าที่ทำได้ (แต่ถ้ามีสิ่งใดผิดพลาดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้) จึงต้องดูรายการ 2-3 รอบเพื่อจดบันทึกและฟังข้อมูล (รอบละ 30 นาที) และพิมพ์รวมถึงการจัดวางคำพูดให้เหมาะสม สุดท้ายนี้จึงหวังว่าสิ่งที่เขียนนั้นจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อยครับ]

17 ธันวาคม 2552

Imagine-nation : London MCM Expo [09/12/09]

- งานจัดขึ้นที่ ExCeLLondon เป็นงานที่อาจไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ก็มีคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
- เป็นกระแส Japanese Pop Culture ในประเทศอังกฤษ ถือเป็นจุดร่วมของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก (East & West Culture)
- ในงานมีบูทขายสินค้าต่างๆ เช่น ดาบ (Sword) หรือเสื้อผ้าต่างๆ (Costume)
- "Comic Village"
- "Manga Village"
- จุดที่แปลกออกไปเมื่อเปรียบเทียบกับงานที่ญี่ปุ่นคือ มีคนที่เดินทางมางานในอังกฤษเป็นคู่ๆ จำนวนมาก

- ในประเทศอังกฤษมี Game Center อยู่เป็นจำนวนมากครับ

Offical Link : www.londonexpo.com



Credit : mcmexpo

Japanese Ganige Topic
1. New Super Mario Bros. Wii - เป็นเกม Mario ภาคใหม่ที่ทำลงเครื่อง Nintendo Wii โดยจุดเด่นคือลักษณะเป็นแบบการเล่นคล้าย 2D แบบเกมมาริโอรุ่นแรกสุด แต่สามารถเล่นร่วมกันได้หลายคน โดยบังคับตัวละครของตนเองเดินทางผ่านอุปสรรคต่างๆ พร้อมกันในหน้าจอเดียวกัน (Multiplayer)
2. Rilakkuma Rhythm (Relax Kuma) - เป็นเกมบน NDS (Nintendo DS) เน้นใช้เสียงเพลงเพื่อทำให้คนเล่นรู้สึกผ่อนคลาย

16 ธันวาคม 2552

Imagine-nation : Bacelona - Salón Del Manga [16/12/09]

Barcelona - XV Salón del Manga (2009)
Credit : http://blogs.doblecero.com/vibraciones/?p=853

รายละเอียดภายในงาน
- เป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นที่ประเทศสเปนโดยมีบูทถึงกว่า 170 บูทอยู่ภายในงานนี้ โดยมีทั้งในส่วนของ Mangas, Cosplay Custumes, Figures
- สิ่งที่เหมือนกับงานใน London ก็คือ มีคนแต่ง Cosplay มาในงานจำนวนมาก ถือเป็นกระแสของ Japanese Pop Culture ในยุโรป
- พิธีกรทั้งสองได้ประมาณคร่าวๆ ว่า ในงานมี Manga ของญี่ปุ่น 80% และอีก 20% เป็น Manga ของสเปนเอง กับของอเมริกา (80% Japanese Manga and 20% Spain and American Manga)
- "Concurso Kame-Hame-Ha!" (Ka-me-ha-me-ha! Contest) - การแข่งขันบนเวทีโดยแสดงท่าทางการปล่อยท่า "พลังคลื่นเต่า" ครับ ^^ เท่าที่ดูส่วนใหญ่จะมาแสดงเดี่ยวครับ
- Para Para Dance Contest - เป็นการแข่งขันแบบทีมโดยเต้นประกอบเพลงบนเวที ซึ่งการเต้นแบบนี้สำหรับในสเปนถือได้ว่าเป็นกีฬาแบบหนึ่งที่มีการจับกลุ่มกันเต้นที่ลานกว้างๆ พร้อมเปิดเพลงญี่ปุ่นประกอบการเต้นได้เลย แต่สำหรับในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเต้นกันเฉพาะในคลับหรือในดิสโก้ครับ
- "Concurso de Karaoke" - เป็นการแข่งขันร้องเพลงญี่ปุ่นบนเวที อาจมาได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบมาเป็นทีม โดยจะมีการเปิดเพลงให้ร้องแบบคาราโอเกะนั่นเอง (ไม่ทราบว่าจำกัดเฉพาะเพลงอนิเมชั่นหรือไม่ แต่เพลงหนึ่งที่ร้องในรายการผมคุ้นว่าจะเป็นเพลงจากอนิเมชั่น Negima ครับ)

ส่วนนี้เป็นการพาทัวร์บรรยากาศแบบญี่ปุ่นในบาร์เซโลน่าครับ
- "NORMA COMICS" - ร้านขาย Manga ของญี่ปุ่นรายใหญ่แห่งหนึ่งของสเปน โดยมีขายทั้งมังงะ ชุดคอสเพลย์ ฟิกเกอร์ รวมไปถึงหนังสือสอนภาษาญี่ปุ่นด้วยภาพแบบ Manga อีกด้วย
- "Shibuya de Pako" - ร้านตัดผมที่สามารถตัดตามแบบทรงผมที่ลงในนิตยสารแฟชั่นของญี่ปุ่น หรือเป็นทรงผมจากตัวละครไม่ว่าจากในเกมหรือมังงะญี่ปุ่น ตามที่ลูกค้าได้เลือกไว้ เช่น จากเกม Soul Calibur, หรือเรื่อง Nana เป็นต้น โดยเปิดดำเนินการเมื่อ 3 ปีก่อน เจ้าของเล่าว่าเกิดจากการได้อ่านมังงะแบบญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กจึงเกิดความรักในวัฒนธรรมแบบนี้ เมื่อได้มีโอกาสเปิดร้านของตนเองจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ตนมีความสนใจอยู่
- "AKIBA" - ร้านที่เน้นขายสินค้าจากญี่ปุ่นและมีตู้ถ่ายสติกเกอร์แบบญี่ปุ่นอยู่ด้วย
- "Demonix" - คลับที่มีการจัดให้นักสเปนที่ร้องเพลงญีปุ่นขึ้นร้องบนเวที

Other Links : http://sakurasaku77.blogspot.com/2009/11/xv-salon-del-manga-de-barcelona.html

เรื่องอื่นๆ
1. "No Longer Human" - Animation ที่ถูกสร้างจากนิยาย โดยมีทาเคชิ โอบาตะ ผู้เขียน Death Note เป็นผู้ออกแบบปกของหนังสือให้
2. "HIGANJIMA" - ภาพยนตร์ที่สร้างจาก Manga ชื่อเดียวกัน (ชื่อภาษาไทย คือ เรื่อง "เกาะกระหายเลือด") เป็นผลงานของอาจารย์ Koji Matsumoto

03 ธันวาคม 2552

Imagine-nation : Music Manga [02/12/09]

Credit : http://cannedmemory.wordpress.com

1. Music Manga เป็นแนวที่เริ่มได้รับความนิยมในปัจจุบัน และมีผลในแง่การตลาดอย่างมาก โดยมีการผลิตสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Trading Card, Sound Track, Anime, Video Game, Concert, และอื่นๆ ยกตัวอย่าง เช่นผลกระทบจากเรื่อง K-ON! ทำให้กีต้าร์รุ่นที่ใช้ในเรื่องขายดีเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับกีต้าร์รุ่นอื่นๆ เลยทีเดียว

2. ตัวอย่าง Music Manga ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เช่น K-ON!, NANA, Beck (เป็นเรื่องแนว Rock Music), NODAME Cantabile (เป็นเรื่องแนว Classic Music เกี่ยวกับ Conductor เขียนโดย Tomoko Ninomiya โดยเรื่องนี้ถึงขนาดมีการจัดการแสดงออร์เครสตร้าเลยทีเดียว), MAESTRO

3. "MOE" Market เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Music Manga ใช้เป็นแนวทางในการสร้างกระแสความนิยม โดยบางเรื่องก็จัดเป็น Shoujo Manga แต่อย่างไรก็ดีเรื่องแนวดนตรีส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวกับการพรรณาถึงอารมณ์ความรู้สึก และมีแนวเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในเรื่อง (Human Relationship)

4. Mama No Violin (เขียนโดย Tetsuya Chiba) ถือเป็น Music Manga เรื่องแรกของญี่ปุ่น โดยเริ่มพิมพ์ตั้งแต่ปี 1958 เลยทีเดียว ด้วยเนื้อเรื่องเกี่ยวกับลูกสาวที่แม่หายตัวไปตั้งแต่ตัวเธอยังเด็ก โดยทิ้งไว้แต่ไวโอลินของแม่ เธอจึงเริ่มฝึกเล่นไวโอลินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งถือได้ว่าเรื่องนี้เป็นตัวจุดกระแสการเล่นไวโอลินของเด็กผู้หญิงในสมัยนั้นเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็มีเรื่องอื่นๆ เช่น Orpheus No Mado, TO-Y (1985) ต่อมาในช่วงยุค 1980s จึงถือเป็นช่วงบูมของวงดนตรี (Band) ในญี่ปุ่น

5. AKIRA SASO ผู้เขียนเรื่อง SHINDO (ภายหลังได้ทำเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่องเดียวกัน) แนะนำว่าการเขียนภาพของเครื่องดนตรีให้ดูเป็นสามมิติในการ์ตูนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวเขานั้นต้องมีเครื่องดนตรีจริง เช่น ไวโอลิน หรือ ฟลุต ไว้ใช้เป็นแบบในการเขียนรูปเหมือนกัน ในช่วงสุดท้าย เขาพยายามที่จะสื่อสารให้ผู้อ่านได้รู้สึกถึงความสวยงาม (Beauty) ของดนตรีผ่านทางงานเขียนของเขา

6. การแสดงความรู้สึกของเสียงดนตรีผ่านงานเขียนนั้น (Type of Expression) มีได้หลายๆ รูปแบบ เช่น
- การใช้เส้นกระจายออก เพื่อแสดงถึงเสียงที่ดังออกมา
- เส้นที่ตัดกันเป็นตาข่าย เพื่อแสดงถึงเสียงของดนตรีแนว Rock
- ตัวหนังสือ (เช่น WAAAAA...) เพื่อแสดงถึงเสียงที่ดัง หรือลำโพง
- ตัวโน๊ตดนตรี
- ปฎิกิริยาของสัตว์ต่างๆ เช่น นกหลายๆ ตัวที่บินมารวมกันบนเปียโนที่นักดนตรีกำลังเล่นอยู่

7. สุดท้ายนี้ หลายๆ ท่านให้ความเห็นว่า จุดสำคัญของการเขียนเรื่องแนว Music Manga นั้นจะคล้ายกับเรื่องแนว Cooking Manga กล่าวคือ ผู้อ่านไม่สามารถที่จะได้ยินเสียงจริงๆ ดนตรีจากตัวละครในเรื่องได้ แต่ผู้เขียนจะต้องแสดงความรู้สึกผ่านภาพและเส้น เพื่อสื่อถึงผู้อ่านให้ได้จินตนาการถึงเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดที่เขาเคยได้ยินมา ซึ่งจะไม่เหมือนกับการฟังดนตรีจริงๆ ที่ผู้ฟังอาจรู้สึกว่าดนตรีนั้นไม่ได้ไพเราะเท่าใดนัก แต่ถ้าเป็นดนตรีที่ตนเองจินตนาการขึ้นจากการ์ตูนที่บรรยายถึงความไพเราะแล้ว ผู้อ่านจะจินตนาการถึงดนตรีที่ไพเราะที่สุดที่ตนเคยได้ยินขึ้นเอง

Credit : http://kokuun.wordpress.com

Creator 's Interview - "Akira Yoshida" เป็นผู้สร้างสรรค์งานอนิเมชั่นด้วย Flash
- Shadow of Cherry Blossom เป็นงาน Animation ที่ถูกสร้างด้วย Flash ยาว 14 นาที
- ตัวเธอเล่าว่าการทำ Flash Animation นั้นทำได้ง่ายกว่าการทำ Animation ในแบบอื่นๆ โดยครั้งแรกที่เธอทำนั้น คือ การทำให้ตัวละครกระพริบตา ซึ่งเธอรู้สึกประทับใจกับมันมากเลยทีเดียว
- นอกจากนี้ ที่งานเป็นแนวญี่ปุ่นโบราณนั้น เป็นเพราะความชื่นชอบส่วนตัวของเธอที่ชอบศิลปะในยุคเฮอันและเอโดะเป็นพิเศษ (Heian & Edo Period)

เรื่องอื่นๆ
1. MagaMonsterBattle ULTRA GALAXY THE MOVIE - เป็นหนังใหญ่โดยมีการรวบรวมยอดมนุษย์อุลตราแมนหลายๆ ภาคต่อสู้ร่วมกันในอวกาศ
2. Tokyo Friend Park II (Wii) - เป็นเกมใหม่ที่มาจากเกมโชว์ทางโทรทัศน์ชื่อดังของญี่ปุ่น (TV Game Show) ซึ่งจะเป็นเกมที่ให้ผู้เข้าแข่งขันต้องเล่นเพื่อชิงรางวัล
3. Eden of the East I : The King Of Eden / Eden of the East II : Paradise Lost

05 พฤศจิกายน 2552

Imagine-nation : LEVEL-5 [04/11/09]

เป็นบริษัทผลิตเกม (Level-5 Inc.) สำนักงานใหญ่อยู่ที่ฟุกุโอกะ (Fukuoka) แถบคิวชู มีผลงานเกมที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น
1. Ninokuni - เป็นแนว RPG ที่ทำร่วมกับ Studio Ghibli

Credit : www.zentendo.com

2. Inazuma Eleven 2 - ภายหลังจากภาคแรกในปี 2008 โดยเป็นแนวคิดผสมผสานระหว่างเกม RPG กับฟุตบอล โดยภาคแรกออกในปี 2008 จุดพิเศษอย่างหนึ่งของเกม คือ หลังจากแข่งชนะคู่แข่งแล้วสามารถที่จะชวนนักเตะของคู่แข่งให้เข้ามาร่วมทีมของตนเองได้อีกด้วย จึงสามารถจัดทีมที่แตกต่างกันออกไปได้มากมาย

Credit : www.wii-brasil.com

3. "Professor Layton" Series - ปัจจุบันมีออกมาทั้งหมด 3 ภาค ลงใน Nintendo DS (NDS) โดยปัจจุบันมีการนำไปเผยแพร่ใน Manga และ Anime แล้ว

Professor Layton and The Diabolical Box
Credit : www.tumragame.com

4. Dragon Quest VIII - เป็นงานใหญ่ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัท (Big Turning Point) ซึ่งยังถือว่าเป็นบริษัทผลิตเกมขนาดเล็กอยู่ในปี 2004 โดยถือเป็นภาคแรกของเกมในซีรี่ย์ Dragon Quest (DQ) ที่ทำเป็น 3D และมีบางส่วนเป็นอนิเมชั่น (Anime Like) ทำให้เกมดราก้อนเควสภาคนี้เป็นภาคที่ทำยอดขายได้สูงสุดเมื่อเทียบกับอีก 7 ภาคที่ผ่านมา นอกเหนือจากนี้ภายหลังบริษัทยังคงได้รับความไว้วางใจในการสร้าง Dragon Quest IX ซึ่งออกในปี 2009 (ปีนี้) ลงใน NDS อีกด้วย
5. Dark Cloud & Dark Cloud 2 - เป็นเกมที่สร้างชื่อให้กับบริษัทในตลาดทั้งในญี่ปุ่นและยุโรป เนื่องจากเป็นเกม 3D RPG ที่ทำลง Play Station 2 (PS2) โดยภาคแรกสร้างเมื่อปี 2000

ในช่วงแรก บริษัท LEVEL-5 ผลิตเกมในแนว RPG ที่เน้นการผสมผสานไอเดียต่างๆ มากมาย (Various Idea) โดยเน้นในแนวคิดที่เป็นการรวบรวมมินิเกมมากมายไว้ภายในเกม ภายหลังจากการขึ้นไปทำโปรเจคใหญ่อย่าง DQ VIII ก็ลงจากการสร้างเกมเกาะกระแสแบรนด์ที่ดังแล้ว (Bandwagon) อย่างในซีรี่ย์ DQ มาสร้างโปรเจคของตนเองอย่าง Professor Layton โดยมีแนวคิดผสมผสานจากกระแสของเกมดังอย่าง "Brain Age" จึงนำแนวคิดที่ผสมผสานโดยการสร้างเกมในแนวฝึกสมอง (Brain Training หรือแนว Puzzle) ให้มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้น (Storyline) โดยเกมถือเป็นเกมผจญภัยแนวแฟนตาซี ( Fantasy Adventure) โดยมีภาพของโลกภายในเกมแบบหนังสือภาพ (Picture Book)

สำหรับการที่ไม่ตั้งบริษัทไว้ที่โตเกียวนั้น ทางบริษัทก็ยอมรับว่าการตั้งไว้ที่ทางฟุกุโอกะก็ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกอยู่บ้าง แต่เขาเชื่อว่าบริษัทจะมีส่วนทำให้ฟุกุโอกะก้าวไปเป็นฮอลิวูดแห่งเกม (Hollywood of Game) และเป็นศูนย์กลางแห่งความคิดสร้างสรรค์ได้ (Center of Creative) นอกเหนือจากนี้ ผู้เชื่ยวชาญด้านเกมเชื่อว่าการที่เขาตั้งบริษัทไว้ในฟุกุโอกะนั้นถือเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของบริษัท เนื่องจากคนในแต่ละพื้นที่นั้นจะมีแนวความคิดที่แตกต่างกัน (Strong Original / Local Idea)

สุดท้ายนี้ ทางบริษัทหวังว่าจะสามารถสร้างเกมที่ให้ความบันเทิง และสร้างเซอร์ไพรสให้กับผู้เล่นได้ พร้อมทั้งแนะนำว่าจุดสำคัญในการทำงานของคนภายในบริษัท คือ ให้พูดคุยทำความเข้าใจกันมากกว่าการใช้เวลาทำงาน (Communication more than Work)

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับบริษัท LEVEL-5
1. Akihiro Hino แนวทางสู่ความสำเร็จของ Level-5
2. Notable Japanese Developers : LEVEL-5

Creator's Interview : "Kazumi Yamada"
- เป็นผู้สร้างอนิเมชั่นที่เน้นสร้างงานโดยผสมผสานภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิค (CG) เข้ากับเสียงเพลง (Music)
1. Monster Boots - เป็นผลงานหนังสั้นที่สร้างชื่อให้เขาในปี 2006
2. Red Bicycle
3. Kikurage

เขาเชื่อว่าทั้ง ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิค และ เสียงดนตรี เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เหมือนกัน (CG and Music are a part of same thing) นอกจากนี้การที่สร้างสรรค์ผลงานทั้งสองออกมาในรูปแบบนี้ทำให้ทั้งสองส่งเสริมซึ่งกันและกัน (Promote) โดยมีเป้าหมายของผู้สร้าง คือ ต้องการให้งานของเขาสร้างผลกระทบ (Impact) และความแปลกใจ (Surprise) ให้กับผู้คน

เรื่องอื่นๆ
1. Mai Mai Miracle - สร้างโดย NobuKo Takagi เป็นเรื่องชีวิตของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ในชนบทของญี่ปุ่นในช่วงปี 1955 ซึ่งค่อยเติบโตอย่างช้าๆ ในโลกที่เงียบสงบ (Calm and Peace) พร้อมกับเพื่อนของเธอ
2. Samurai Warrior 3 (Sangoku Musou 3)

29 ตุลาคม 2552

Imagine-nation : SONIC THE HEDGEHOG [28/10/09]

SONIC The Hedgehog
Credit : www.gamespot.com

เป็นตัวละครที่ถือเป็น Flagship ของค่าย SEGA และถือได้ว่าเป็นคู่ปรับของ Mario จากค่าย Nintendo เลยทีเดียว โดยจนถึงปัจจุบันนั้นสามารถขายเกมที่เกี่ยวกับโซนิคได้มากถึง 60 ล้านชุดเลยทีเดียว

"โซนิค (Sonic)" เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในเครื่องเกม Mega Drive ของทางเซก้าเอง ในปี 1991 โดยการดีไซน์ของคุณ Yuji Naka โดยตั้งใจให้เป็นเกมที่ผู้เล่นจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการเล่น โดยมุ่งเน้นในจุดที่มาริโอขาดไป คือ เรื่องของความเร็ว ดังนั้น โซนิคจึงเป็นเกมที่ใช้แนวคิดของ Ultimate Speed หรือ Hyper Speed Action Game ในอีกมุมมองหนึ่งก็จะทำให้นึกถึง Roller-Coaster แต่อีกจุดหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โซนิคเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายก็คือ การทำตลาดของทางเซก้า ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ และการเป็นสปอนเซอร์ให้กับทั้งการแข่งรถ และฟุตบอลพรีเมียร์ลีก จึงทำให้โซนิคเป็นที่รู้จักทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา

ภาพภายในเกมโซนิคที่ออกภาคแรกเมื่อปีค.ศ. 1991
Credit : http://videogames.yahoo.com

"โซนิคในเวอร์ชั่นแรก" มีแนวคิดที่จะวางตัวให้ดูเท่ห์ และมีมุมมองทางการตลาดในทางอเมริกาอยู่แล้ว จึงเน้นใช้สีสันโทนฟ้าและส้ม ไม่ว่าจะตัวละครหรือฉากหลัง รวมไปถึงความตั้งใจให้เกมเล่นและควบคุมได้ง่าย ก็ช่วยให้ได้รับความนิยมทั้งในผู้เล่นที่เป็นเด็กและผู้ใหญ่ และโฆษณาของเกมทางอเมริกาซึ่งสามารถที่จะทำโฆษณาเชิงกระทบคู่แข่งได้นั้น ก็ชูจุดขายที่เรื่องความเร็วของมาริโอที่สู้เกมอย่างโซนิคไม่ได้มาแล้ว

ต่อมาในปี 1998 โซนิคก็ยังคงก้าวต่อไปเป็นเกม 3D ในเวอร์ชั่นของ Dreamcast ซึ่งเป็นเครื่องเกมที่ผลิตโดยเซก้าอีกเช่นเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไป เซก้าเลิกที่จะแข่งขันในการสร้างเครื่องเกมของตนเอง ภายหลังจากยุคของเครื่อง Dreamcast ทำให้โซนิคและมาริโอก็สามารถมารวมอยู่ในเกมเดียวกันอย่างเกม Super Smash Bros และเกม Olympic แต่อย่างไรก็ดีในการสร้างเกมในแนวที่แตกต่างออกไปอย่างเกมกีฬานั้น การพยายามสร้างคาแรกเตอร์ของโซนิคในความคาดหวังของผู้เล่น ไม่ว่าตัวละครนั้นจะดู fussy (จู้จี้จุกจิก) หรือ kind (ใจดี) ก็ต้องทำให้สิ่งนั้นแสดงออกมาให้ได้

นอกเหนือจากเกมแล้ว Sonic ก็เคยมีอนิเมชั่นอย่าง "SONIC X"

Credit : http://theexiled.pwnageservers.com

Creator's Interview
"Takahito Ekusa" ผู้เขียน Manga เรื่อง "Binchotan" (ถือเป็นแนวคิดในแบบ Personified Anime)

บินโจทาน (Binchotan) ซึ่งมีแนวคิดมาจากถ่านบินโจ
Credit : www.crunchyroll.com

- เป็นเรื่องแนว Heart Warming Story โดยเป็นเรื่องแรกที่เริ่มเขียนซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดที่ว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจะตั้งชื่อแล้วต่อด้วย "-tan" ให้กับตัวละครที่น่ารัก เหมือนกับที่ในญี่ปุ่นจะต่อด้วย "-chan" เขาจึงได้แนวคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนุกดีจึงเริ่มวาดออกมาเป็น Doujin ออกขายในงาน Comicket ในรูปแบบของ 4 frames (คิดว่าหมายถึงโดจินแบบ 4 ช่องจบครับ) เมื่อเขียนออกขายในงานหลายๆ ครั้งก็เริ่มมีบริษัทเข้ามาติดต่อเพื่อจับพิมพ์เป็นซีรี่ย์ต่อเนื่อง โดยตอนแรกนั้นเขาก็ไม่ได้มีการวาง Concept ของเรื่องไว้ แต่วาดไปตามที่ใจคิดอยากให้เป็น ด้วยความตั้งใจให้เป็นเรื่องจากใจถึงใจ (Story of Heart to Heart) เพื่อเป็นการให้ทั้งความบันเทิงและกำลังใจกับผู้อ่าน (entertain and encourage) แต่อย่างไรก็ดีเขาก็ทิ้งท้ายไว้ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เขาคำนึงถึงก็คือ เขาต้องรู้สึกมีความสุขด้วย (enjoy my life)

Credit : www.oiihk.com

เรื่องอื่นๆ
1. Megaman EXE operate shooting star
2. Kiminitodoke ~ Sodaterunomoi ~ - เริ่มจากการเป็น Manga ยอดนิยมในญี่ปุ่น จนกระทั่งได้ก้าวต่อไปเป็น Animation และปัจจุบันก็ได้สร้างเป็น Game โดยอิงจากเรื่องราวของ Manga เป็นหลัก
3. Tokyo Game Show 2009 - เป็นงานยาว 4 วันที่เพิ่งจบไปโดยจะมีการนำรายละเอียดมานำเสนอในภายหลัง




Binchotan Trailer
Credit : guapozmol



Bincho tan Opening theme / Iroha by CooRie
Credit : Mizuho143143

22 ตุลาคม 2552

Imagine-nation : S.B.O. 09 (Super Battle Opera 2009) [21/10/09]

เป็นการแข่งขันในครั้งที่ 7 โดยปีนี้เกมที่ใช้แข่งขัน คือ Street Fighter III : 3rd Strike -Fight for the Future- จากการแข่งขันของผู้เล่นกว่า 23,000 คนในรอบคัดเลือก จนเหลือเพียง 641 คนเท่านั้น ที่จะได้แข่งขันกันต่อหน้าผู้ชมจำนวน 5,000 คนในสนามแข่งรอบสุดท้าย



Credit : itsumobasho

เรื่องอื่นๆ
1. "Ryouichi Mori" - ผู้สร้าง 3D-CG Animation ที่ได้ฉายผ่านจอโทรทัศน์อย่างเรื่อง "Peeping Life" โดยมีแนวคิดต่างๆ เช่น

- สมัยเขาเรียนมหาวิทยาลัย เขาต้องเรียนรู้การวางแผนในการสร้างผลงานตามขั้นตอนต่างๆ เช่น การมี Storyboard แต่เมื่อเขาจบออกมาและสร้างสรรค์งานด้วยตัวเองคนเดียว เขารู้สึกว่าการทำงานแบบไม่มีแผนงานกำกับนั้น จะได้ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่า

- เขาต้องการนำเสนอแนวคิดผ่านผลงานของตนเองว่า "ในทุกๆ วันนั้น ชีวิตมีเรื่องตลกอยู่มากมาย"

2. "LovePlus" [NDS] - เป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่นขณะนี้

WebSite ของไทยที่แนะนำวิธีเล่นเกมอย่างละเอียดครับ (น่าสนใจมากครับ แนะนำให้ลองเข้าไปดู แม้ไม่ได้คิดจะเล่น แต่ไอเดียของเกมที่ได้รับความนิยมก็เป็นแนวทางที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงานของเราครับ)

- http://toilets.exteen.com/20090921/l-love-plus

- http://www.iamclaz.net/loveplus-wiki-beta-1st-edition/




Credit : superspitz

3. "Gran Turismo" [PSP] - เป็นเกมแข่งรถที่ได้รับความนิยมมาเป็นเวลายาวนาน

01 ตุลาคม 2552

Imagine-nation : Creator's Interview Special 2 (Encore) [30/09/2009]

เป็นการนำมาออกอากาศซ้ำในเรื่อง Creator's Interview Special 2 ครับ

26 กันยายน 2552

Imagine-nation : Manga Koshien [23/09/09]

Credit : www.manga-koshien.net

เป็นการแข่งขัน (Contest) วาด Manga ของนักเรียนในระดับมัธยมปลาย (High School Competition) ที่จัดขึ้นทุกๆ ปี โดยเป็นการลงแข่งขันกันเป็นทีม ทีมละ 3-5 คน ให้วาดงาน Manga 1 ภาพ (One Piece Manga) เพื่อส่งเข้าประกวดและให้คะแนนเพื่อชิงตำแหน่งโรงเรียนอันดับ 1 โดยการแข่งขันในปี 2009 ที่ผ่านมานี้เป็นการแข่งขันครั้งที่ 18

เหตุผลที่เป็น Manga Koshien เพราะการแข่งขันจัดขึ้นในแถบโคชิ (Koshi) ด้วยสาเหตุส่วนหนึ่ง คือ แถบโคชินี้เป็นที่มีนักเขียนทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่นจำนวนมาก เกิดขึ้น

ก่อนเริ่มการแข่งขัน (คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์) จะมีการกำหนดหัวข้อจำนวน 5 หัวข้อ โดยแต่ละหัวข้อจะถูกเลือกเพื่อเป็นโจทย์สำหรับในการแข่งขันรอบต่างๆ จำนวน 3 รอบ เช่น Heart,Endangered Species ซึ่งจะแบ่งเป็นแต่ละรอบดังนี้

รอบแรก. - จะวาดผลงาน 1 ชิ้น ส่งให้คณะกรรมการคัดเลือกโรงเรียนที่จะผ่านเข้ารอบ โดยจะมีการประกาศชื่อโรงเรียนที่ผ่านเข้ารอบในเย็นวันนั้น
รอบที่ 2. - จะเข้าพักที่โรงแรมและวาดผลงานส่งก่อนเที่ยงคืน การตัดสินจะทำกันในเช้าวันถัดมา โดยให้ชาวเมืองลงคะแนนคนละ 1 คะแนน ในช่วงสายจะทำการรวมคะแนน และตัดสินทีมที่ผ่านเข้ารอบ
รอบสุดท้าย. - เริ่มการแข่งขันในช่วงบ่ายของวันที่ 2 นั้น โดยคณะกรรมการจะได้รับการ์ดให้คะแนนคนละ 10 ใบและสามารถให้คะแนนผลงานไหนก็ได้ที่ตนเองชื่นชอบ

โรงเรียนที่ชนะจะได้รับรางวัลต่างๆ รวมไปถึงได้สิทธิครอบครอง "ธงชนะเลิศ" เป็นเวลา 1 ปี ในส่วนนี้จะเหมือนกับทีมเบสบอลที่ชนะเลิศในการแข่งขันโคชิเอ็น


ภาพที่ชนะเลิศในงาน Manga Koshien ครั้งที่ 18 ปี 2009 ในหัวข้อ "Endangered Species"
Credit : www.manga-koshien.net

โดยประโยชน์ที่คาดว่านักเรียนจะได้รับจากการแข่งขัน (Contest) คือ ถ้านักเรียนวาด Manga โดยทั่วไปให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน ก็มักจะเป็นแค่งานแบบลวกๆ (Scribbling) และอาจไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมจากเพื่อน แต่ถ้าเข้าแข่งขันแล้วผลงานจะต้องสร้างสรรค์อย่างมีคุณภาพและได้รับการตัดสินโดยนักวาดมืออาชีพ (Judge by Professional)

มุมมองของผู้เขียน Blog เมื่อดูรายการ Imagine-Nation เกี่ยวกับงาน Manga Koshien นี้
1. เป็นงานที่น่าจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในวงกว้าง เพราะคนเราจะเกิดความพยายามมากขึ้นเมื่อต้องแข่งขันกับคนหรือทีมอื่นๆ
2. เป็นการฝึกการทำงานเป็นทีม เพราะมีเวลาที่จำกัด และทำงานชิ้นเดียว จึงต้องแบ่งงานกันทำตามความถนัดของแต่ละคน เช่น คนที่ถนัดวาดรูปสัตว์ ถนัดวาดรูปคน ถนัดลงสี และอื่นๆ
3. การใช้ชื่อโคชิเอ็นจะช่วยให้คนรู้สึกว่าการแข่งขันเป็นงานที่มีความสำคัญ เพราะโคชิเอ็นเป็นสนามแข่งกีฬาของเบสบอลระดับมัธยมปลาย ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ในญี่ปุ่น
4. การแข่งขันในนามของโรงเรียนจะส่งผลให้โรงเรียนที่ต้องการมีชื่อเสียงมากขึ้นในระดับประเทศ จะช่วยสนับสนุนให้นักเรียนเพิ่มความสามารถในการทำงาน Manga มากยิ่งขึ้น เช่น การอนุญาติให้จัดตั้งชมรม การมีอาจารย์ที่ปรึกษา การสนับสนุนเงินทุน เป็นต้น

โดยส่วนตัวผมก็อยากเห็นการแข่งขันแบบนี้ในประเทศไทยเหมือนกันครับ บางทีอาจจะใช้ชื่อเป็น "Manga Lumpini" แทนก็อาจจะแปลกดีนะครับ ^^


Credit : http://aemaethsaku.wordpress.com/

สุดท้ายพิธีกรรายการหวังว่าจะได้เห็นงานพัฒนาขึ้นเป็นการแข่งขันกันในระดับโลก หรือ World Manga Koshien ในอนาคตต่อๆ ไป

ปัจจุบันมี Manga ที่แนะนำโลกของนักวาด Manga ให้เป็นที่รู้จักอยู่หลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น
1. Mangamichi
2. Moeyo Pen
3. Bakuman

Credit : www.inmotionmagazine.com

Creater 's Interview : "The World of Golden Eggs" - Yoshihoko Dai



The World of Golden Eggs trailer
Credit : zzkk234

เรื่องอื่นๆ - C3XHOBBY 2009 - เป็นการจัดงานเกี่ยวกับงานอดิเรกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น (Largest Hobby Event in Japan) เป็นงานที่รวม Character, Toy, Robot, และ Cosplay Contest

Credit : http://news.monsterlittle.com

รวมภาพจากงาน C3XHOBBY 2006
Credit : http://kanzaki84.multiply.com/


Credit : http://en.wikipedia.org/

17 กันยายน 2552

Imagine-nation : Learning Games [16/09/09]

Credit : http://interactiondesign.wordpress.com/

Learning Games หรือ Education Games เป็นเกมแนวฝึกสมอง (Brain Training) โดยสร้างมาในหลายๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อฝึกภาษา (Languages), ตัวอักษรคันจิในภาษาญี่ปุ่น (Kanji), การติดต่อสื่อสาร (Communication) หรือแม้แต่การทำอาหาร (Cooking) ก็ตาม โดยเกมแรกที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเกมแนวทางเพื่อการเรียนรู้ คือ เกม Brain Age ซึ่งเริ่มออกวางจำหน่ายในปี 2005 ด้วยคำขวัญประจำเกมว่า "Good for the Brain" โดยผู้จัดจำหน่ายคนหนึ่งในอากิบาฮาระ ให้ข้อมูลว่า กลุ่มที่ซื้อเกมนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15 ปีขึ้นไป และมักจะมีผู้ปกครองเป็นผู้ที่ซื้อให้

เกม "Brain Age" [NDS] เป็นเกมจะทดสอบเพื่อบอกอายุของสมองของผู้เล่น (Age of your Brain) โดยได้รับคำชื่นชมอย่างมาก ในส่วนที่เป็นเกมที่เล่นได้ง่าย จึงรูปแบบของนันทนาการที่ดีสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ (Good Recreation) ส่งผลให้สามารถเล่นได้แม้ผู้ที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนเลย และบ่อยครั้งทำให้เป็นเหตุผลที่ผู้ซื้อได้ใช้ เป็นบันไดก้าวแรกในการซื้อเครื่อง Nintendo DS (NDS) เป็นการช่วยสร้างกลุ่มผู้เล่นของเครื่อง NDS โดยตรง ก่อนที่จะมีการซื้อเกมอื่นๆ ตามมาในภายหลัง นอกจากนี้การที่อยู่บนเครื่อง NDS ก็ยังช่วยให้ผู้เล่นสามารถหยิบขึ้นมาเล่นได้ในเวลาว่าง ซึ่งสะดวกอย่างมาก

Learning Games อื่นๆ นอกจาก Brain Age
1. Rittai Picross
2. Unou no Tatsujin Soukai Machigai Musuem 2
3. Lucky Star Moe-drill - เป็นเกมฝึกสมองที่ทำให้รูปแบบของลักกี้สตาร์ โดยทำให้มีความโมเอะอย่างมาก
4. DS Bimoji Training

ผู้ให้สัมภาษณ์ในรายการได้แนะนำว่า Learning Games นั้นมักมีรูปแบบที่มีการรวม Minigames จำนวนมากเอาไว้ด้วยกัน และยังถือว่าอยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนา เหมือนสมัยเกม Role Playing Game (RPG) ในสมัยแรกๆ ที่เริ่มจาก Dragon Quest (DQ) แล้วค่อยๆ มีการผสมผสานกับเกมแนวอื่นๆ โดยปัจจุบันบางเกมก็เหมือนเป็น Learning Games ที่อยู่แค่ที่ขอบๆ ของแนวทางนี้ บางเกมก็เป็นเพียงเกมที่เกาะกระแสมาเท่านั้น สำหรับบางเกมจริงๆ ที่สามารถนำเสนอแนวความคิดของ Learning Games ออกมาได้อย่างน่าสนใจ และเขามองว่าอนาคต Learning Games จะมีรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น (Rich in play styles) และสามารถพัฒนาประสิทธิภาพให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปกว่าปัจจุบันอีกมาก (More Effective)

ที่บริษัท GAKKEN คุณ Takashi Tamura ได้แนะนำว่า Learning Games ก็จะคล้ายกับเกมที่มุ่งทำคะแนนให้สูงขึ้นเรื่อยๆ (Higher Scroes) หรือเป็นเกมที่ให้ผู้เล่นทำตามรูปแบบที่กำหนดไว้ โดยผู้เล่นจะเกิดความอยากรู้อยากเห็นในการเรียนรู้ผ่านการเล่นเกม (Mental Curiosity)

Credit : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kunjae

ปัจจุบันมีโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในโอซาก้า (Osaka) ได้ทำการทดสอบแนวการสอนใหม่ๆ ด้วย Learning Games โดยในชั่วโมง Homeroom ซึ่งมี 3 ครั้งในทุกๆ สัปดาห์ จะมีการนำเครื่อง NDS แจกจ่ายให้นักเรียนในระดับประถม 6 เล่นเกม "250manninnokanken" ซึ่งเป็นเกมสำหรับการเรียนรู้ตัวอักษรคันจิโดยเฉพาะ มีการวิเคราะห์ว่านักเรียนสามารถที่จะศึกษาผ่านเครื่อง NDS ได้ง่ายเพราะคุ้นเคยกับเครื่อง NDS ที่มักมีอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว และ เกมมีข้อดีที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ เมื่อนักเรียนทำผิดในการสอบ นักเรียนคนนั้นจะได้ทราบความผิดพลาดของตนก็เมื่ออาจารย์ได้ตรวจข้อสอบและคืนกลับให้นักเรียนแล้ว แต่ Learning Games จะตอบข้อผิดพลาดนั้นๆ ในทันที จึงทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาความเข้าใจในบทเรียนได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พวกอาจารย์คิดว่า Learning Games สามารถช่วยให้นักเรียนมีความสนุกสนานในการเรียนวิชาที่ต้องทำซ้ำๆ (Repetitive) เช่น การเรียนคันจิ และการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : Edutainment

Creation 's Interview - SP NAKATEMA ผู้เขียน "B.M.N." (Black Monday Night) เป็นเรื่องแนว Bad Boy Fighting Tournament หรือการแข่งขันต่อสู้ของพวกวัยรุ่นที่จะจัดขึ้นในคืนวันจันทร์ และ "Balance"

- ผู้เขียนต้องการสร้างผลงานที่บอกผู้อ่านถึง "ความหมายของการชกออกไปของหมัดแต่ละหมัด" รวมไปถึงความหมายของการต่อสู้อีกด้วย
- นอกจากนี้ ผู้เขียนยังต้องการสื่อถึงแนวคิดที่ว่า อนาคตข้างหน้านั้นเป็นสิ่งไม่อาจรู้ได้ คนที่รู้อนาคตได้คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นล่ะ ดังนั้นคนทุกคนจึงควรเผชิญหน้ากับท้าทายที่มีเข้ามาในชีวิตที่มีแต่ความไม่แน่นอนของตนเอง อย่ายอมแพ้เพียงเพราะแค่การขาดความสามารถบางอย่างที่จะทำ (Face up challenges in uncertain life)

Topic อื่นๆ
1. Hoshi ni negai wo -Fantastic Cat-
เป็น 3D Animation ที่สร้างมาจาก Doujin ซึ่งมีคุณภาพสูงมาก (Superb Quality) โดยผู้ร่วมสร้างผลงานคนหนึ่ง คือ ROMANoV HiGA เป็นรูปแบบของโลกแฟนตาซีในโลกอนาคต (Fantasy in Future)

Credit : http://en.gigazine.net/

2. Puyopuyo7 (NDS)
เป็นเกมภาคที่ 7 ของเกมปูโยปูโย ซึ่งเล่นโดยการที่เราเรียงปูโยซึ่งมีอยู่ 5 สีให้สีเดียวกันอยู่ด้วยกัน แล้วปูโยจะสลายตัวไป จึงสามรถเล่นได้ง่ายไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ นอกจากนี้สามารถสร้างการทำลายต่อเนื่อง (Combo) ได้ โดยในภาคนี้มีโหมดต่างๆ ให้เล่นมากมาย เช่น Match Mode ซึ่งสามารถเล่นแข่งกันได้ถึง 8 คนเลยทีเดียว

3. Oblivion Island:Haruka and The Magic Mirror
Animation แนวแฟนตาซีที่ใช้เวลาสร้างถึง 4 ปี โดยบริษัทหนึ่งที่ร่วมสร้าง คือ Production I.G. เนื้อเรื่องเป็นการผจญภัยของฮารุกะที่เดินทางไปยังต่างโลกผ่านทางกระจกบานหนึ่ง

Credit : www.japanator.com



Oblivion Island: Haruka and the Magic Mirror - 1st Full Trailer
Credit : TrueCloud9999




Shin Lucky Star Moe Drill Tabidachi: GamePlay
Credit : WickedNinjaStudios



Shin Lucky Star Moe Drill: Einzbern Castle
Credit : Blitzwing01



Hoshi ni negai wo
Credit : AyumiTaoHaruki

Website ที่น่าสนใจอื่นๆ : เนื้อเพลง anime + คำแปล http://writer.dek-d.com/ และ http://aiko-no-heya.exteen.com/

09 กันยายน 2552

Imagine-nation : Personified Anime [09/09/09]

Miracle train ~ welcome to Chuou Line ~
Credit : www.vsmedios.com

"Personified Anime" นั้นถ้าแปลเป็นภาษาไทยตรงตัว คือ "อนิเมะแนวตัวตนสมมุติ" โดย Concept หลักๆ คือ จะเป็นการสมมุติวัตถุ (Object) ให้กลายเป็นตัวละครที่มีชีวิตจิตใจขึ้นมา ทำสิ่งต่างๆ ได้ โดยจะยังคงมีสิ่งที่เชื่อมโยงกับวัตถุที่มานั้น เช่น ถ้าเป็นสาวน้อยที่สมมุติมาจากคอมพิวเตอร์ อย่างเรื่อง "AI think so" ก็จะมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ มีความสามารถในการอัพโหลด และดาวน์โหลด ความสามารถในการอ่านข้อมูลจากดิสก์ต่างๆ เป็นต้น

- แนวคิด เรื่องนี้ มาจากพื้นฐานแนวคิดของตะวันออกที่มองว่าสิ่งของต่างๆ มีวิญญาณ เช่น ความเชื่อของญี่ปุ่นว่าสิ่งของที่มีมานานจะกลายเป็นผี หรือเทพได้ ซึ่งในพื้นฐานแนวคิดของตะวันตกจะมองว่าวัตถุนั้นไม่มีชีวิตจิตใจ
- อีกส่วนหนึ่ง มาจากนิสัยของคนบางกลุ่มที่จะตั้งชื่อเล่นให้กับสิ่งของที่ตนเองคุ้นเคย เช่น รถยนต์ บ้าน เป็นต้น หลังจากนั้น บางครั้งเราจะจินตนาการว่าสิ่งนั้นมีชีวิตจิตใจขึ้นมา โดยจะยังคงมีคุณลักษณะเฉพาะตัวของมันเองอยู่ (Original Characteristic)
- เมื่อเราใช้วัตถุหรือสถานที่ที่มีความคุ้นเคยมาเป็นตัวละคร จะทำให้คนดูรู้สึกถึงความคุ้นเคยได้ง่าย และรู้สึกถึงความเกี่ยวข้องของคุณลักษณะต่างๆ ของตัวละครนั้น กับวัตถุต้นแบบ
- ประโยชน์อย่างหนึ่งของ Personified Anime คือ เมื่อผู้ดูได้ทราบข้อมูลบางอย่างจากตัวละครแล้ว มักจะยิ่งไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุต้นแบบของตัวละครนั้นมากขึ้นไปอีก

ตัวอย่างของ Animation แนวนี้ (ความคิดเห็นของผู้แปล :: แต่ละอันไอเดียบรรเจิดมากครับไม่รู้คิดเข้าไปได้ยังไงเหมือนกัน เมื่อก่อนมีคอมพิวเตอร์กลายร่างเป็นหญิงสาวก็ว่าแปลกแล้ว แต่นี่กระป๋องน้ำอัดลมเปล่าบ้าง ประเทศบ้าง สถานีรถไฟบ้าง ... จินตนาการสูงส่งจริงๆ ครับ ขอนับถือ)

1. AKIKAN! - เป็น อนิเมชั่น เรื่องราวของความรักของ ผู้ชายคนหนึ่งกับหญิงสาวที่กลายร่างมาจาก "กระป๋องน้ำอัดลมเปล่า" (Empty juice can of melon-soda)

Credit : http://animeworld.moonarmy.eu/


2. Hetalia Axis Powers - เป็น อนิเมชั่น เกี่ยวกับมิตรภาพของเพื่อนพ้อง ที่อุปมาจากลักษณะเฉพาะตัวของประเทศต่างๆ ในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น ตัวละครชื่อ "อิตาลี" จะมีปู่ชื่อ "โรมัน" ชอบกินพาสต้า มีเพื่อนสนิท ชื่อ "เยอรมัน" กับ "ญี่ปุ่น" (ทั้งสามประเทศลงนามเป็นพันธมิตรกัน ในชื่อกลุ่มอักษะ เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2) เป็นต้น

Credit : www.animepaper.net


Credit : http://ramblinggeek.wordpress.com/


3. Miracle train ~ welcome to Chuou Line ~ - เป็น อนิเมชั่น ที่ใช้สถานีรถไฟในเส้นทางสาย Chuou มาสร้างเป็นตัวละครชายในรูปแบบต่างๆ กัน

Credit : http://metanorn.kokidokom.net/

- ปัจจุบันมีตัวละครหลักๆ อยู่ 5 ตัว เช่น Tokyo Zero,Nakano Riku เป็นต้น
- เป็นกลุ่มผู้หญิงทั้งหมด 4 คน เป็นคนสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ออกมา
- คนหนึ่งในกลุ่มให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องแนวคิดของการสร้างสรรค์ผลงานว่า "ทุกๆ สิ่งใดสามารถที่จะจินตนาการเป็นตัวละครได้" โดยเธอได้ยกตัวอย่างว่า แม้แต่ไฟจราจรที่มีสีแดง สีเหลือง และสีเขียวนั้น ก็สามารถจินตนาการขึ้นเป็นตัวละครได้โดยวางอุปนิสัยให้ตามความหมายของสีในกฎจราจรนั้น
- สุดท้าย คือ เป้าหมายในตอนนี้ของกลุ่มที่จะทำตัวละครให้ครบ 38 ตัว ซึ่งเป็นจำนวนสถานีทั้งหมดบนเส้นทางรถไฟสายชูโอนั่นเอง



Miracle Train Intro DVD Promo 09/08/2009
Credit : SleepSubpuntNL

4. Crayon-tan - ตัวละครหญิง จากดินสอสีเทียน
5. Binchotan - ตัวละครหญิง จากถ่านบินโจ ซึ่งเมื่อนำถ่านชนิดนี้ไปใส่ในข้าวขณะทำการหุงจะทำให้ข้าวมีรสชาติดียิ่งขึ้น

Credit : www.logicalmart.co.uk

Credit : http://media.photobucket.com/

6. Rikei Danshi. - ตัวละครชาย จากธาตุต่างๆ เช่น Silver
7. Ketsuekigata Danshi - ตัวละครชาย จากกรุ๊ปเลือดต่างๆ ทั้ง O, A, B, และ AB

สุดท้ายนี้ ผู้ให้สัมภาษณ์ ได้แนะนำว่า ใน Manga ของเด็กผู้ชายนั้น Personified Anime มักจะเป็นในรูปแบบของความรักระหว่างตัวละครที่เป็นตัวแทนของวัตถุกับเด็กผู้ชาย แต่ใน Manga ของเด็กผู้หญิงนั้นไม่จำเป็น ต้องมีรูปแบบของการเกิดความรักระหว่างตัวละคร แค่มีตัวละครที่มี โมเอะแฟคเตอร์ (Moe Factor) ก็เพียงพอแล้ว

Creator 's Interview : Yosuke Hayashi ทีมผู้สร้าง Ninja Gaiden Sigma, Ninja Gaiden Sigma 2



Ninja Gaiden 2 Trailer [XBOX360]
Credit : FuranHayabusa




. Dirty Pop! [ Axis Powers Hetalia AMV ]
Credit : ManaSutcliff



Axis Powers Hetalia Trailer *Fanmade*
Credit : sirjeran

02 กันยายน 2552

Imagine-nation : Creator 's Interview Special 2 [02/09/09]

รายการ Imagine-nation ของสัปดาห์นี้ ถือเป็นตอนพิเศษที่รวบรวม Creator 's Interview ของสัปดาห์ที่ผ่านมา จากผู้สร้างสรรค์ผลงานทั้ง Manga, Animation, และ Game จำนวน 10 ท่าน ดังต่อไปในนี้ครับ

1. ROMANoV HiGA (รายละเอียด)
- สร้างสรรค์งานแนว CG Action Anime โดยมีแนวทางของตัวเองเป็นหลัก เท่าที่ฟังดู เหมือนจะสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวคนเดียว เป็นเวลานานถึง 10 ปีแล้ว เนื่องจากเจ้าตัวต้องการงานมีความเป็นอิสระ และต้องการให้งานมีความแตกต่างจากงานของคนอื่นๆ แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่ามันก็เป็นการจำกัดคุณภาพของงานด้วยเช่นเดียวกัน

Credit : http://subatomicbrainfreeze.typepad.com

2. Nizo Yamamoto (รายละเอียด)
- เป็นคนวาดภาพฉากหลังที่มีรายละเอียดสูงมาก จุดที่น่าสนใจในการให้สัมภาษณ์ คือ แนวคิดของการวาดผลงานที่เขามีหลักการในการทำงานว่า "ไม่ว่าภาพนั้นจะยากแค่ไหนก็จะวาดให้เสร็จภายใน 3 วันเท่านั้น เพื่อบังคับให้ตนเองพัฒนาเทคนิคในการวาดภาพเพื่อจะได้ทำงานให้ทันเวลา" แต่เขาก็บอกว่าบางงานก็ง่ายมากขนาดสามารถวาดได้ถึง 3 ภาพใน 1 วันเลยทีเดียว

3. Kotomi Aoki
- เธอไม่ต้องการให้ผู้อ่านสนใจแต่ว่าพระเอกของเรื่องซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจและกำลังจะเสียชีวิตไปนั้น จะรอดหรือเสียชีวิตไปในตอนจบ แต่เธออยากจะให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงความรู้สึกของตัวเอกที่มีต่อคนอื่นๆ ในเรื่องมากกว่า เพราะเธอเชื่อว่าคนทุกคนอย่างไรก็จะต้องเสียชีวิตลงในสักวันหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญคือ คนแต่ละคนนั้นจะได้ทำสิ่งที่ทำให้ตนเองมีความสุขอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง (Fullest doing what you 're joy)

4. Hiroyuki Nakao (รายละเอียด)
- เนื่องจากตัวเขาค่อนข้างมีงบจำกัด วาดภาพก็ไม่เก่ง แต่ก็ยังต้องการสร้างผลงานที่ไม่เหมือนใครขึ้นมา เขาจึงสร้างในแนวทางของ "Livemation" ซึ่งไม่ใช่ทั้ง Movie และ Animation ซึ่งผลงานนั้นก็แสดงความแตกต่างออกมาใน Stream Head และ Train Surfer

Train Surfer
Credit : http://tomosuzuki.com/

5. Lun Lun Yamamoto (รายละเอียด)
- เธอคิดว่า "เนื้อเรื่องที่น่าสนใจ คือ เนื้อเรื่องของชีวิต เมื่อเจอกับปัญหา"
- นอกจากนี้ในมุมมองของเธอ ตัวละครที่น่ารักธรรมดาๆ นั้น น่าเบื่อ แต่เมื่อมีด้านมืดซ่อนอยู่เบื้องหลังความน่ารัก (Darkness behind Cuteness) มันทำให้ตัวละครนั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

6. Satoshi Yoshida
- เขาเชื่อว่า Manga ที่ดีจะต้องแสดงบางสิ่งบางอย่างที่แสดงความเป็นตัวเอง (Personal) ของผู้เขียนออกมา
- นอกจากนี้ Manga นั้น เหมือนกับตั๋วบางอย่างที่มีเพียง 50 % และผู้อ่านจะเหมือนมีตั๋วอีก 50% เมื่อนำมาต่อกันก็จะทำให้เกิดภาพของ Manga ที่สมบูรณ์สำหรับผู้อ่านคนนั้น เขาชื่อว่านักเขียนควรจะวาด Manga เพียงแค่ 50% นั้นไม่ควรมากเกินกว่านั้น (คิดว่าในส่วนนี้คงหมายถึงการที่ไม่อธิบายหรือตีความทุกอย่างที่เกิดใน Manga อย่างสมบูรณ์แต่ควรทิ้งช่องว่างในการเติมความคิดของผู้อ่านเข้ามาบางส่วน เพื่อให้เกิดเรื่องราวที่สมบูรณ์ขึ้นในใจของผู้อ่านนั่นเอง)

7. Kazunari Zusuki
- เกมที่เขาสร้างจะไม่เหมือนเกมทั่วไปที่จะฆ่าศัตรูแล้วก็เดินทางต่อไป แต่เขาต้องการมอบมุมมองที่แตกต่างออกไป นั่นคือ การที่เราสามารถได้รับความช่วยเหลือจากศัตรูได้จากการพูดคุย (Get Enermy by Chating) ซึ่งแนวคิดนี้ส่วนหนึ่งมาจาก หมากรุกของญี่ปุ่น (Shogi) ซึ่งจะมีการกินหมากของฝ่ายตรงข้ามแล้วนำมาเป็นกำลังของตนแทน

8. Kazuma Kujo (รายละเอียด)
- เขาตั้งใจจะสร้างให้เกมของเขามี Level of Freedom หรือ Element of Freedom ในระดับที่สูง โดยวัดจากการสามารถที่จะเลือกสิ่งที่จะทำในเกมได้มากแค่ไหน ไม่ใช่เพียงแค่เลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่สามารถเลือกได้ในระดับของรายละเอียดลึกลงไป เช่น เมื่อมีสิ่งที่ให้ตัดสินใจทำแล้วจะทำด้วยความเต็มใจ หรือทำโดยขอสิ่งตอบแทนเป็นการแลกเปลี่ยน



Disaster Day of crisis Gameplay wii
Credit : GamesGotGuts

9. Mohiro Kitoh ผู้เขียนเรื่อง Bokurano และ Narutaru
- ในเรื่อง Bokurano นั้น เขาตั้งใจจะฝืนกฎที่นักเขียนทั่วไปทำตามโดยไม่ได้มีการพูดถึง นั่นคือ "กฎที่ว่าตัวเอกผู้ปกป้องโลกจะไม่ตาย" โดยให้ผู้บังคับหุ่นซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนเด็กๆ จำเป็นต้องเสียสละชีวิตของตนเอง เพื่อปกป้องโลก โดยในเรื่องตัวละครที่เหมือนจะเป็นตัวละครหลักจะค่อยๆ ตายไปทีละคน

10. Koichi Nakamura ผู้สร้างเกม 428
- ต้องการสร้างเกมที่ไม่เคยมีคนสร้างมาก่อน โดยเชื่อว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันทำให้เกิดมิติของเกมที่ไม่เหมือนในอดีตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเมื่อก่อนเมื่อเราเล่นเกมอย่างมากก็จะมีแค่เพื่อนที่เล่นข้างๆ ไม่กี่คนแต่ในปัจจุบันเราเล่นเกมผ่านระบบออนไลน์ พบเจอคนมากมายในเกม



Imabikisou/428 (Wii) - Japanese Trailer
Credit : planetnintendoit

26 สิงหาคม 2552

Imagine-nation : Masahito Soda [26/08/09]

Masahito Soda Official Website : www.sodamasahito.jp

เป็นนักเขียนที่มีผลงาน Manga มากมายในหลายแนว เป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลในผลงานด้านต่างๆ ตัวอย่างผลงาน เช่น

1. Subaru [Ballet] - เป็น Manga ที่มีเนื้อเรื่องของเด็กผู้หญิงที่มุ่งหวังจะเป็นนักเต้นบัลเล่ต์ ปัจจุบันกำลังถูกนำไปสร้างเป็นหนังใหญ่ (Large Scale Movie) รู้สึกว่าจะฉายที่ญี่ปุ่นไปแล้วในปีนี้ (ปี 2009)

Subaru [Manga]
Credit : www.amazon.co.jp
Subaru [Movie]
Credit : wwws.warnerbros.co.jp

2. Shakariki [Bicycle Racing] - เป็นแนวการแข่งขันจักรยาน โดยจุดเริ่มต้นมาจาก ในสมัยเด็ก ในเมืองของตัวเอกมีเนินสูงชันที่ไม่สามารถปั่นจักรยานขึ้นไปได้ แต่ในวันที่เพื่อนกำลังจะย้ายบ้านนั่งรถบรรทุกออกไป ตัวเอกได้ฝืนปั่นจักรยานขึ้นเนินชันเพื่อไปลาจากเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเวลาผ่านไปได้มีผู้ชายอีกคนหนึ่งปั่นขึ้นเนินนั้นได้ นั่นทำให้ตัวเอกเริ่มเข้าสู่วงการแข่งขันจักรยาน

Credit : http://gunplaman.blogspot.com

3. Capeta [Car Racing] (ปี 2003) - เป็นแนวแข่งรถของเด็ก เกี่ยวกับรถที่คล้ายรถโกคาร์ท โดยปัจจุบันมีการทำเป็น Animation

Capeta [Manga]
Credit : http://narutoonblog.blogspot.com
Capeta [Anime]
Credit : http://en.wikipedia.org

4. Megumi No Daigo (ปี 1995) - เป็นแนวชีวิตของนักผจญเพลิง ผู้มีความฝันที่จะสอบเพื่อกลายเป็นหน่วยกู้ภัย เพราะในสมัยเด็กเคยได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย ขณะเกิดเพลิงไหม้ จึงมุ่งหวังที่จะทำเพื่อได้ช่วยเหลือคนอื่นๆ จากอันตรายต่างๆ

5. Moon [Ballet] - เป็น Manga แนวบัลเล่ต์อีกเรื่องหนึ่งที่ถูกเขียนต่อจาก Subaru

ปัจจุบัน Manga ได้รับความนิยมทั้งในยุโรป เอเชีย และที่อื่นๆ ทั่วโลก โดยผู้ให้สัมภาษณ์ได้กล่าวถึงว่าแนว Manga ของ Mr. Masahito Soda นั้นมักจะเป็น "การนำเสนอชีวิตของอัฉริยะในด้านต่างๆ ที่ยังคงมีจุดบกพร่องบางอย่างอยู่" ส่วนใหญ่ตัวเอกมักจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกดดัน (High Press) ซึ่งทำให้เรื่องมีพลัง มีความรู้สึกเจ็บปวด และมีชีวิต อารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ นอกเหนือจากนึ้ยังได้กล่าวถึง เรื่องที่ Mr. Masahito Soda ได้เดินทางไปที่เยอรมัน และมองไปที่ถนนยังจินตนาการถึงภาพที่ซูบารุ (ตัวเอกจากเรื่อง Subaru) เดินอยู่ที่ถนนในเยอรมันนั้นเอง

หลังจากนั้นได้ไปสัมภาษณ์ Mr. Masahito Soda ตัวจริง

- ในห้องทำงานที่ชั้นใต้ดิน จะมีกระจกบานใหญ่มองเห็นรถซูเปอร์คาร์ที่คล้ายจะใช้ในการแข่งขันประเภทแรลลี่อยู่ 1 คัน (ไม่ทราบว่าเป็นโรงรถแบบติดกระจกรอบหรือว่าแค่ของโชว์เฉยๆ เหมือนกันครับสำหรับส่วนนี้)
- ส่วนอื่นๆ ของห้องทำงาน เป็นชั้นวางหนังสืออ้างอิงจำนวนมาก (ดูคร่าวๆ ด้วยตาก็คิดว่าน่าจะมากกว่า 300 เล่มขึ้นไป) และมีชั้นวางภาพที่เคยวาดไว้ในอดีตแบบกองรวมกันค่อนข้างหายาก แต่อาจารย์ท่านก็บอกแบบอารมณ์ดีว่า ปรกติท่านจะให้ผู้ช่วยหาให้
- ในห้องทำงานส่วนตัวจะมีโต๊ะทำงาน 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นงาน Capeta ติดกระจกมองซูเปอร์คาร์ อีกฝั่งหนึ่งเป็นโต๊ะงาน Subaru ท่านเล่าว่าบางครั้งก็ยุ่งถึงขนาดต้องทำงาน 2 โต๊ะนี้สลับกันไปมาเลยทีเดียว
- การวาดงานของท่าน เป็นแบบร่างด้วยดินสอก่อน (คิดว่าเป็นดินสอกด) หลังจากนั้นลงรายละเอียดด้วย G-Pen เท่าที่ดูท่านจะไม่ค่อยได้ใช้ Computer ในการทำงาน Manga เท่าไรนัก เพราะบนโต๊ะทำงานก็ไม่มี Computer
- ท่านเล่าว่า งานส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับงานที่เรียกว่า "Name" Process คือ งานที่ระบุว่าคำพูดอยู่ยังไง แบ่งช่องอย่างไร ตัวละครวางตัวแบบไหน เป็นเวลา 70% และที่เหลืออีก 30% ถึงจะเป็นงานส่วน Artwork (หรือถ้ามองอีกแบบก็คือ ใช้เวลาวางแผน 7 ส่วน และใช้เวลาวาดภาพ 3 ส่วน)
- นอกเหนือจากนั้น ในการคิด Story ของ Manga เรื่องต่างๆ ท่านจะจินตนาการว่าตัวละครใดจะพูดออกมาแบบใด เมื่อจินตนาการมากๆ เป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน ท่านก็รู้สึกว่า "ตัวละครนั้นเหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง"


เรื่องอื่นๆ กับ Japanese Ganiga Topic ดังนี้

1. TeleshibaiWii - เกมเล่นโดยใช้ไมค์ของเครื่อง Wii รูปแบบเกมจะเป็นการพูดผ่านไมค์ลักษณะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิทาน โดยมุ่งเป้าหมายไปที่ผู้เล่นที่เป็นเด็ก และครอบครัว คล้ายๆ การเล่านิทานให้เด็กฟังของพ่อแม่
2. Kyoufu Taikan THE JUON - เกม จูออน เป็นเกมผจญภัยเพื่อการไขปริศนาของวิญญาณ
3. Moe Fes in Washimiya 2009 - เทศกาล "โมเอะ" ประจำปี 2009 ที่ Washimiya โดยไฮไลท์ของปีนี้ อยู่ที่ Lucky Star ครับ



Lucky Star opening
Credit : BaldoX



Motteke! Sailor Fuku! - Lucky Star Full Opening
Credit : Nitoheifeline

19 สิงหาคม 2552

Imagine-nation : Sayonara, Zetsubou-Sensei [19/08/2552]

Credit : http://thenullset.wordpress.com

Sayonara, Zetsubou-Sensei เป็นชื่อในรูปแบบ Manga หรือ Zan-Sayonara, Zetsubou-Sensei เป็นชื่อในรูปแบบของ Animation (คิดว่าหมายถึง Sayonara, Zetsubou-Sensei ที่ปัจจุบันเป็นภาคที่ 3 ครับ) เขียนโดย Koji Kumeta จากค่าย Kodansha โดยเริ่มตีพิมพ์เมื่อปี 2005 ปัจจุบันผลงานได้รับการตีพิมพ์ออกไปนอกประเทศญี่ปุ่น ไปยังทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศฝรั่งเศส

Sayonara, Zetsubou-Sensei ถือเป็นรูปแบบของ "Gag Manga" ที่จะนำเสนอ "ตลกร้าย" (ผมคิดว่าเป็นคำแปลที่ใกล้เคียงที่สุดของคำว่า "Black Humour" ครับ) โดยมักจะนำเรื่องราวเชิงลบ (Negative),ซึ่งโดยปรกติแล้ว เราจะไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้ออกมาตรงๆ ดังๆ ให้ใครได้ยิน, เอามานำเสนอในรูปแบบของตลก (Comedy) โดยบางส่วนออกจะเหนือความเป็นจริงไปบ้าง (Surreal - Credit ความหมายของคำว่า Surreal : http://maonaam.exteen.com)



เพลงเพราะครับ แต่ภาพออกจะแปลกมากๆ แบบว่าไม่รู้จะอธิบายอย่างไรได้ถูกครับ แนะนำให้ลองดูแล้วจะ "งง" นะครับ
Credit : akatorid

ในบทสนทนาของวันนี้ ได้พูดถึงเรื่องที่ Sayonara, Zetsubon-Sensei นี้ได้รับความนิยมในต่างประเทศด้วย จึงสงสัยว่าในมุขตลกของคนญี่ปุ่นนั้นคนต่างประเทศจะเข้าใจได้หรือ แต่ผู้สัมภาษณ์ได้กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นจุดเด่นเรื่องหนึ่งของผู้เขียน (Mr. Kumeta) ที่สามารถบีบจุดที่ต้องการให้ตลกนั้นแคบลง จึงทำให้เรื่องมีความสนุกมากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้คนที่ไม่ได้ชอบอ่าน Manga สามารถเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายอีกด้วย นอกจากนี้ เรื่องนี้ยังมีจุดเด่นอีกจุด คือ เรื่องของ "SPEED" ซึ่งผู้เขียนสามารถที่จะนำเรื่องราวที่ได้รับความสนใจในสัปดาห์ที่เพิ่งจะผ่านมา เขียนเป็นมุขตลกในนิตยสารรายสัปดาห์ที่จะวางจำหน่ายในสัปดาห์นี้ได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้เรื่องมีความสดใหม่ มีชีวิตชีวา (Refreshing)

นอกจากนั้นเรื่องนี้ยังมีการนำเสนอตัวละครที่โดดเด่นกว่าเรื่องอื่น คือ ในฉากที่แสดงภาพตัวละครบางครั้งจะทำการแสดงภาพเต็มตัว สูงทะลุกรอบขนาดครึ่งหน้า เพื่อเป็นการ "เน้นภาพของตัว Charactor" ให้มีความโดดเด่นออกมา

เนื้อเรื่องหลักๆ คือ เป็นเรื่องระหว่างครูผู้ชายกับกลุ่มนักเรียน ซึ่งมีนิสัยแปลกๆ เฉพาะแล้วแต่ตัวบุคคล เช่น ครูที่เป็นตัวเอกจะชอบแก้ปัญหาด้วยเงิน ลูกศิษย์คนหนึ่งก็เป็นพวกบ้าความสมบูรณ์แบบ อีกคนก็ส่งแต่ E-Mail แม้ว่าตัวจะอยู่ใกล้กันขนาดคุยกันได้ก็ตาม เป็นต้น โดยเรื่องจะวางให้ตัวเอกเป็นตัวตลกของเรื่อง (Jester in the story)

โดยปรกติแล้ว "Black Humour" จะเป็นการนำเสนอสิ่งที่อยู่ในเบื้องลึกของวัฒนธรรมของประเทศนั้นออกมา (Tell the world inner the depth of culture.)

ค่ายผู้ทำเรื่องนี้เป็น Animation คือ "SHAFT" ได้กล่าวว่าในตอนแรก พวกเขาคิดว่าคงยากที่จะทำงานนี้เพราะคิดว่ามุขตลกในเรื่องนี้ เสียดสีคนบางกลุ่มค่อนข้างมาก (Trend on Dangerous ground) จึงเกรงว่าอาจเกิดกระแสของความไม่พอใจขึ้นได้



เอ่อ... ใส่ภาพกระสวยอวกาศระเบิดแบบนี้ คนอเมริกาเขาไม่ด่าเอาหรือครับเนี่ย ??
Credit : beastofburden21

"Gag Manga" อื่นๆ เช่น
- "Tensai Bakabon"
- "Utsurundesu Volume. 1"
- "Pynuuu to Fuku! Jaguar"

"Monty Python" - เป็นกลุ่มตลกของอังกฤษที่เคยได้รับความนิยมอย่างมาก

Creator's Interview : Kazuma Kujo ผู้สร้างเกม Disaster Report และ Streambot Chronicle



Disaster Wii trailer
Credit : BigNtemplar

Disaster Report - เป็นเกมแนวเอาตัวรอดจากเมืองที่เกิดแผ่นดินไหว โดยเป้าหมายของผู้สร้าง คือ ต้องการสร้างเกมที่จำลองอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เพื่อให้ผู้เล่นได้มีประสบการณ์จำลองซึ่งสามารถประยุกต์ไปใช้ได้ถ้าเกิดแผ่นดินไหวจริงๆ แต่นอกเหนือจากนั้น อย่างไรก็ดี เกมก็ต้องทำให้มีความสนุกในการเล่นด้วย(Entertainment)

แนวคิดของเขา คือ การสร้างเกมโดยให้ผู้เล่นมีอิสระในการเลือกกระทำบางสิ่งบางอย่างในเกม โดยไม่ใช่แค่ทำ หรือไม่ทำ แต่อาจรวมถึงการทำโดยไม่เต็มใจอีกด้วย โดยการเลือกนั้น บางครั้งเป็นรูปแบบที่ต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ลำบาก (Hard Desicion) ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีกลุ่มคนจับเพื่อนของคุณไปโดยให้คุณไปหาอาหารมาให้แลกตัว เมื่อเราพบอาหารที่กำลังจะตกลงไปในกองไฟ แต่แล้วเรากลับพบว่ามีผู้หญิงที่ตกอยู่ในกองไฟนั้นด้วย เราจึงต้องเลือกที่จะช่วยผู้หญิงที่กำลังจะตายอยู่ตรงหน้าของเรา หรืออาหารที่ถ้าเราไม่นำกลับไปเพื่อนของเราก็จะถูกฆ่าตาย ซึ่งทุกการตัดสินใจก็จะมีผลกระทบต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยตัวเกมจะไม่ได้วางแนวทางชี้นำการตัดสินใจของผู้เล่น (no model of desicion) เพื่อให้ผู้เล่นได้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง

เขาให้ความหมายของการให้อิสระกับผู้เล่นว่า คือ "Not to do what you don't want to do."

เรื่องอื่นๆ ในสัปดาห์นี้
1. Ontama - เป็น Animation ที่ฉายทาง Internet (Online Anime) โดยเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ อิจิโกะ,เด็กผู้หญิงประถมอายุ 10 ขวบที่อาศัยอยู่กับแม่แท้ๆ ของเธอ และพ่อเลี้ยง ซึ่งพ่อเลี้ยงและแม่ได้ทะเลาะกันอยู่เสมอเกี่ยวกับเรื่องของตัวเธอ อยู่มาวันหนึ่ง อิจิโกะได้เดินทางย้อนเวลากลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน และได้พบกับพ่อที่แท้จริง เธอจึงได้พยายามเป็นช่วยเหลือให้พ่อที่แท้จริงของเธอได้แต่งงานกับแม่ แต่ทว่า...

Synopsis (Credit : http://myanimelist.net) : Ichigo is 10 years old girl, who is living with her mother and stepfather. Her parents are always quarreling over Ichigo because she is not stepfather's child. One day, Ichogo time-travels to twelve years ago and meets her real father. She tries to mediate the marriage of her real father and mother, but...

Credit : www.animenation.netCredit : www.animenation.net

2. Ninja Gaiden Sigma 2 [PS3] จากค่าย Tecmo
3. Wonder Festival 2009 Summer - เป็นงานคล้าย Comicket แต่แทนที่จะเป็น Manga และ Doujin ก็จะเป็น Figure แทน โดยงานนี้สามารถเข้าร่วมได้ทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่น

Taiga จาก Toradora
Credit : http://akibahobby.net

Credit : http://news.monsterlittle.com
Credit : http://news.monsterlittle.com

Miku จาก Vocaloid
Credit : http://forum.lowyat.net


หมายเหตุ : "Zetsubou" - หมายถึง "Despised" ซึ่งถ้าแปลเป็นภาษาไทย ก็คงเรียกได้ "น่ารังเกียจ" กระมังครับ แต่เท่าที่ทราบมารู้สึกว่า "Sayonara, Zetsubou-Sen" จะมีความหมายว่า "ลาก่อน, คุณครูผู้สิ้นหวัง" ซึ่งหมายถึง ตัวเอก นั่นเอง คิดว่าคงเป็นเพราะ Zetsubou อื่นนอกเหนือจาก "Despised" ด้วย