เริ่มต้นกับ Novice น้อยๆ มีด 1 เล่ม กับเงิน 0 Zeny
Credit : http://ragnarok-lazygoy.blogspot.com"RO" หรือ "Ragnarok Online" เกมนี้เคยเป็นเกมออนไลน์เกมแรกๆ ที่ผมได้เล่นในสมัยนั้นครับ ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะยังมีเกมออนไลน์ที่ทำตลาดมาก่อนอย่าง "King Of King" แต่ก็เหมือนจะยังไม่เป็นกระแสที่มาแรงเทียบเท่ากับ RO
บรรยากาศตอนเริ่มแรกจะเป็นแบบนี้ล่ะครับ
เพียงแต่ว่ามีดสมัยแรกมันไม่มีรูหรอกนะครับ ^^"
Credit : http://mmohut.comในสมัยแรกๆ ของ RO ถึงแม้จะไม่ใช่รุ่นแรกที่เริ่มให้บริการ แต่ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่เกมยังแทบไม่มีอะไรเลยก็ว่าได้เมื่อเทียบกับระบบมากมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ภาพที่ทุกๆ คนก็เริ่มเล่นกันที่ Prontera ต่างคนต่างแย่งกันวิ่งไล่ตี Poring ด้วยความยากลำบาก ก็ยังตราตรึงในใจของผมเสมอมา
ถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว Ragnarok Online ในสมัยนั้น เกมเริ่มด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายอย่างมาก นั่นก็คือ มอนสเตอร์มี HP เท่าไร เราก็เอาอาวุธที่ซื้อจากร้านของ NPC ทั่วไป ไปตีมันให้ตายซะก่อนที่เราจะตายซะเอง ^^" เมื่อมันตายเราได้ตังก็ไปของที่ดีกว่ามาตีมันให้ตายง่ายขึ้นอีกหน่อย ระบบธาตุดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าคุณไม่ได้ Mage เพราะอาวุธไม่มีธาตุเลย และการ์ดสมัยแรกก็เป็นเพียง ของดูต่างหน้ามอนสเตอร์ที่เราได้ตีตายไปเป็นร้อยเป็นพันตัว
Emotion ขำๆ ที่ผมประทับใจ
Credit : http://reahguevarra.comอย่างไรก็ดี
ระบบ Emotion ที่น่ารักและกวนๆ อย่าง /me ที่เป็นภาพวิ่งหนี หรือ /no1 ที่ชูนิ้วโป้งแสดงความนับถือ ก็มีเอกลักษณ์มากพอที่จะสื่อความหมายข้ามกำแพงภาษาได้ เพราะถ้าจำไม่ผิดจะเริ่มจากการที่เริ่มไปเล่นใน Server Japan ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่มีบางอย่างยังคงประทับใจจนทุกวันนี้ เมื่อคุณต่อสู้ด้วยความทรหดอดทนพอสมควรจนกระทั่ง Job Level 10
แล้วก็จะถึงเวลาได้เท่ห์เป็นอาชีพ Job 1 กันซะที หลายๆ คนก็ต้องออกเดินทางไปยังเมืองต่าง ซึ่งสมัยนั้นการเปลี่ยนอาชีพก็ง่ายบ้างยากบ้างต่างกันไป เช่น
1. Swordman ที่ Izlude - เปลี่ยนง่ายสุดขีด เพราะแค่คุยจบท่านก็เป็นได้ แถม Izlude เป็นเมืองที่อยู่ข้างๆ Prontera ซึ่งเป็นเมืองเกิด จึงเป็นอาชีพที่มีเยอะที่สุดในเกมสมัยนั้นก็ว่าได้ |
|
2. Archer ที่ Payon - สมัยแรกนี่ไปถึงเมืองคุยแล้วเขาก็ให้เปลี่ยนได้เลยนะครับ เพราะยังไม่มี Quest ก็ถือเป็นอีกอาชีพที่มีคนเล่นมากอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับ Swordman แล้วจะเล่นยากกว่า ใช้เงินทำทุนมากกว่า เพราะไม่เพียงแต่จะต้องซื้ออาวุธ เรายังต้องซื้อลูกธนูมาใช้ยิงอีกด้วย ลูกธนูธรรมดา 1 zeny ลูกธนูไฟ 3 zeny ซื้อมาทีละ 1,500-2,000 ดอก ยิงแปปเดียวก็เกลี้ยงแล้วล่ะครับ รู้สึกคล้ายกับการใช้เงินปาใส่ศัตรูเลยก็ว่าได้ |
|
3. Thief ที่ Morroc - อันนี้เริ่มลำบากหน่อย เพราะต้องเข้า Pyramid ซึ่งอันนี้ก็จะลำบากตรงตอนเรายังไม่เก่งก็จะโดนค้าวคาว Familiar ตีตายเอาได้ เคล็ดลับการเปลี่ยนอาชีพง่ายๆ ก็คือ ต้องมี Swordman "ใจดี" สาย Vit ช่วยเดินไป Tank ค้างคาวให้เรา ซึ่งก็มีคนใจดีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่ตอนนั้นรู้สึกว่าผมจะใช้วิธีแอบตามคนที่เปลี่ยนเป็น Thief อีกคนเข้าไป ^^" |
|
4. Merchart ที่ Alberta - ซึ่งก็ต้องพิสูจน์ความเชื่อถือจากสมาคมการค้า โดยการส่งของครับ ท่านต้องเดินทางเอาหน่อย แต่อย่างไรก็ดียังมีทางสบายอยู่นิดหนึ่ง ตรงที่ตอนนั้นก็มีเรือวิ่งระหว่าง Alberta กับ Izlude แล้ว แต่ด้วยราคา 500 zeny ครับ ซึ่งถือว่าเป็นเงินมากอยู่เหมือนกันในสมัยนั้น |
|
5. Acolyte ที่ Prontera - อันนี้เหมือนจะง่ายเพราะเปลี่ยนที่เมืองเกิด แต่ท่านก็ดันมี Quest ให้ทำเพื่อพิสูจน์ความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าซะนี่ ด้วยการเดินทางไปพบหลวงพี่ที่เขากำหนด แล้วค่อยกลับมาที่ Prontera เพื่อขอบวช ตรงนี้จำได้เลยว่าเคยหัวหมอ ใช้ Wing of Butterfly กะจะกลับด่วน แต่คนทำ Quest เขาก็ป้องกันไว้แล้ว โดยท่านจะได้วาปกลับไปที่หลวงพี่ที่เขากำหนด นั่นแหละครับ |
|
6. Mage ที่ Geffen - อาชีพนี้เป็นยากที่สุดก็ว่าได้ในสมัยนั้น เพราะถ้าจำไม่ผิดจะอ่านไม่รู้เรื่องเพราะ Font ไม่ใช่ญี่ปุ่น และมันไม่ได้มีตายตัว แต่รู้สึกว่าจะสุ่มจาก 1 ใน 4 แบบ หลังจากนั้นก็ยังต้องเดินทางไปตักน้ำครับ อันนี้ก็แล้วแต่ดวงอีกแล้ว เพราะมีที่ต้องไปตัก 2 ที่ คือ Morroc กับ Payon ถ้าได้ Payon จะใกล้หน่อย แต่ถ้า Morroc ก็เดินกันอ่วมเลยล่ะครับ แถมถ้าผสมผิด เปลี่ยนไม่ได้ก็ต้องถามกันให้วุ่นไปหมดเลยล่ะครับ |
|
| รูปตัวละครอาชีพต่างๆ Credit : http://strategywiki.org |
การเรียงลำดับด้านบนนี้เรียงตามความลำบากในการเปลี่ยนอาชีพจาก Novice เป็น Job 1 ในสมัยนั้น ซึ่งแค่นั้นก็เป็นจุดสูงสุดของอาชีพแล้ว เพราะยังไม่มีแม้แต่ข่าวว่าจะออก Job 2 เลย เมื่อคุณได้เปลี่ยน Job 1 แล้วแต่ละคนก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปครับ สุขบ้างทุกข์บ้างคละเคล้าด้วยทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ถ้าลองไล่ดูก็เป็นประมาณนี้
1.
Swordman - ช่วงแรกจะเก่งมาก คนส่วนใหญ่จะเล่นนิยมสาย Str-Vit ครับ เพราะเมื่อท่านมี HP Recovery ท่านก็จะประหยัดเงินค่าน้ำยา Potion
ทำให้เป็นอาชีพที่เหมาะสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นเล่นเกมนี้ครั้งแรกมากๆ เพราะค่อนข้างเก่งมากในช่วง Level ยังไม่สูงมาก โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อของมากนัก แต่เมื่อท่านเล่นไปนานๆ จะเริ่มเซ็งกับความช้าในการโจมตี และจัดการศัตรู ทำให้พอเริ่มเก็บเงินได้คนก็จะเอาเงินไปปั้นตัวอื่นเป็นอาชีพที่โจมตีแรงๆ
2.
Archor - เป็นอาชีพที่เหมือนโกงเลยครับ เมื่อ Up Skill อย่าง Vulture's Eye เพิ่มระยะยิงไปอีก 10 แล้วทีนี้ก็จะเป็นมหกรรมเกาะขอบครับ ^^" จำได้แม่นมากกับ Map Morroc เดินลง 1 Map ไปทางขวา 1 Map สมัยก่อนจะมีแต่ Hode, Anacondag, และ Steel Chonchon ซึ่งทั้งหมดไม่โจมตีก่อน และมีหน้าผาขนาดพอเหมาะให้ท่านแอบยิงศัตรูโหดๆ ได้ฟรีๆ แต่เมื่อท่านเก่งระดับหนึ่งแล้วก็อาจก้าวต่อไปยัง Pyramid ชั้น 3 ครับ กับการแอบซิว Mummy อาชีพนี้จะทำให้ท่านรู้สึกสนุกได้มากคละเคล้าความเซ็งในระดับหนึ่ง เพราะฆ่าได้แต่เก็บของไม่ได้ เพราะเมื่อศัตรูตายของตก
แม้ว่า Server อื่นๆ ที่ไม่ใช่ Server ไทย เขาจะไม่ loot กัน แต่ท่านก็ยากที่จะเก็บของได้ทันก่อนที่มันจะหายไป หรือบางทีความพยายามเก็บก็อาจทำให้ตายอีกต่างหาก T_T
3.
Thief - เป็นอาชีพที่ตอนแรกเล่นยากและควรเล่นตัวอื่นมาก่อน เพราะตอนแรกจะหลบไม่ได้เรียกเป็นภาษาในเกมว่า
"ต้องตีแบบแลกเลือดกัน" ไปจนกระทั่งเริ่มเก่ง
ทีนี้ความพริ้วจะช่วยให้ท่านทำอะไรก็ได้ จำได้ว่าถ้าเล่นไปจน LV สูงมากๆ แล้วสามารถไปสู้กันตัวต่อตัวกับหัวหน้าใหญ่ในเกมในสมัยนั้น อย่าง Baphomet ได้ทีเดียวครับ
4.
Merchart - อาชีพนี้หาคนเล่นนานๆ ได้ยาก เพราะไม่รู้จะเล่นไปทำไมเนื่องจากประโยชน์ในตอนนี้มีแค่ Discount (DC) , Overcharge (OC), และ Vending เท่านั้นเอง ซึ่งทั้งหมดไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้เลย อย่างไรก็ดีมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกือบทุกร้านจะตั้งขาย Red Potion แข่งกัน ซึ่งก็จะตัดราคากันจนแทบไม่ได้กำไรกันเลย จึงทำให้ต่อมาเกิดไอเดียการค้ามากมาย ทั้งไปตั้งร้านอยู่ในที่แปลกๆ ที่ไม่ค่อยมีคนอื่นมาตั้งแข่ง
จำได้ว่าตอนนั้นสามารถตั้งร้านได้ใน Dungeon และแม้นอนตายก็ขายของต่อได้ เรียกได้ว่าไปตั้งร้านให้เสร็จแล้วนอนขายสินค้าเลยล่ะครับ ^^" แต่รู้สึกว่าระบบนี้ตอนหลังจะถูกแก้ไขจนทำไม่ได้แล้วซึ่งน่าเสียดายมากอยู่
5.
Acolyte - หลักๆ จะเล่น 2 ทางครับ คือ สายบู๊ กับ สายซัพพอร์ท (Support) โดยถ้าท่านเลือกจะบู๊ชะตาชีวิตท่านจะต้องสถิตอยู่กับถ้ำของ Payon ไปอีกนานแสนนาน เพราะ Undead ส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ แม้ Pyramid อาจเป็นสถานที่ที่พอเป็นไปได้แต่ก็มักจะไปกันในช่วงที่เก่งหน่อยแล้วล่ะครับ นอกนั้นไปก็สู้ลำบาก ต่อมาคือ สายซัพพอร์ท สายนี้บางคนเรียกว่าสายนั่งแชท คือ ท่านต้องนั่งเพื่อให้ Sp ขึ้นเร็วหน่อย แล้วคอยใช้ Skill อย่าง Heal, Blessing, Increase Agi ช่วยเพื่อนใน Party ของท่าน เพื่อขอให้เขาช่วยแชร์ค่าประสบการณ์ให้ท่านได้มีโอกาสโต ซึ่งแน่นอนว่านั่งเฉยๆ ก็อาจทำให้ท่านคันมือ จึงเป็นธรรมดาที่จะชวนคุยไปเรื่อย ทั้งในกลุ่ม Party และคนนอก เพราะบางครั้งก็อาจได้คนนอกมาช่วยท่านเก็บ Level ด้วยก็ได้ครับ
ซึ่งภาษาชาวบ้านก็อาจเรียกได้ว่า "ช่วยลาก" ครับ6.
Mage - เป็นอาชีพที่โจมตีแรงที่สุดของเกมในตอนนั้น ด้วยความสามารถโจมตีด้วย Skill ที่มีธาตุต่างๆ ซึ่งช่วยให้ศัตรูที่แพ้ทางได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ทุกอย่างดูดีมาก เสียอยู่อย่างเดียวก็คือ
"ถ้าโดนโจมตีแม้แต่น้อยในระหว่างร่าย จะเสียสมาธิและหยุดร่ายเวทย์ทันที" ดังนั้นท่านจึงมีหลายทางเลือกมากพอสมควร แต่อย่างไรก็ดีการมีเพื่อนช่วยก็จะทำให้อาชีพนี้ทำงานได้ง่ายขึ้นมากเลยล่ะครับ
ในเกมช่วงแรกไม่ได้เน้นความเป็น Party มากนัก แต่ก็สามารถเล่นได้ทั้งแบบ
"รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราก็ยังสบาย" ซึ่งบางสถานการณ์ก็อาจกลายเป็น
"รวมกันตายหมู่ แยกหมู่ก็ไปตายเดี่ยว" ก็ได้เช่นกัน ผู้เล่นก็ยังคงมีความสุขในระดับหนึ่งแม้ว่าเกมจะปัญหาอยู่บ้าง เช่น การ Deal แล้วถ้าฝ่ายนาย A ปิดหน้าต่างไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาย ฝ่ายนาย B ที่วาง Item ในจังหวะนั้นจะถือเป็นการทิ้ง Item ลงพื้นแทน (ภายหลังแก้เป็นถ้าปิดหน้าต่างต้องรอ 5-10 วินาทีถึงจะทิ้งของลงพื้นได้)
มีสุขมีเศร้าบ้าง ก็ถือเป็นประสบการณ์เรื่อยๆ เปื่อยๆ ครั้งแรกสำหรับเกม Ragnarok Online ของผมซึ่งคงยากจะลืมเลือนครับ
Credit : http://g3.buildboard.com