แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ragnarok Online แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ragnarok Online แสดงบทความทั้งหมด

16 สิงหาคม 2552

Ragnarok Online กับ การต่อยอดความสำเร็จในช่วงแรก



Ragnarok Battle Offline Opening Full Version
เกม Ragnarok Battle Offline ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยใช้ Character จาก Ragnarok Online


ช่วงท้ายของ Close Beta มาสู่ Open Beta หลายระบบในเกมเริ่มได้รับการเติมแต่งสีสันของเกมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็มีหลายระบบที่ผมเชื่อว่าทำให้ผู้ที่หลงมนต์เสน่ห์ของ Ragnarok Online อยู่แล้วนั้นก็ยิ่งยากที่จะถอนตัวออกมามากยิ่งขึ้นไปอีก เช่น

1. ระบบ Guild และการทำภาพ Guild ได้ด้วยตัวเอง - ไม่น่าเชื่อว่าด้วยการใช้โปรแกรมใดก็ได้ แม้กระทั่ง Paint เพื่อสร้างภาพขนาดแค่ 24 pixels * 24 pixels เป็น File แบบ BMP ท่านก็สามารถสร้างความแตกต่างให้กับกลุ่ม Guild ของท่านได้อย่างน่าสนใจ ภาพนั้นจะแสดงถึงคุณค่าของกิลด์ และเอกลักษณ์ ของคนที่อยู่ในกิลด์ได้เป็นอย่างดี เพราะภาพบางภาพแทนคำพูดได้นับพันคำ และเท่าที่ผมทราบจนถึงทุกวันนี้เกมออนไลน์ที่ไม่ใช่เกมแบบ Web-Based ทั่วไป ที่จะให้ผู้เล่นได้สร้างภาพ Avatar ของตัวเอง หรือภาพกลุ่มของตนเอง ก็มีไม่มากนักหรอกนะครับ

นอกจากนี้ เคยมีคนเล่าว่า "สิ่งใดที่เราตั้งชื่อให้มัน เราจะมีความรู้สึกผูกพันธ์กับสิ่งนั้น" แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเพียงชื่อ Guild ในเกม หรือ Pet ก็ตาม

2. การเพิ่ม Job 2 และ Skill Point ของ Job 1 - เป็นการท้าทายให้ผู้เล่นก้าวขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจุดที่น่าสนใจอาจไม่ใช่การเปลี่ยน Class ซึ่งมีอยู่ในเกมทั่วไป แต่เป็นการที่มีช่องว่างให้เปลี่ยน Class ได้ตั้งแต่ Job Lv 40 ถึง Job Lv 50 ซึ่งเหมือนจะเป็นการให้โอกาสผู้เล่นได้เลือกว่าจะยอมทนความลำบากในการเปลี่ยน Class ไปจนถึง Job Lv ที่สูงกว่า 40 หรือไม่เพื่อแลกกับการได้ Skill Point ที่เพิ่มขึ้นอีก Lv ละ 1 Point ซึ่งจะว่าน้อยก็น้อยจะว่ามากก็มาก ขึ้นอยู่กับ Job ที่เป็นและกำลังจะเป็นต่อไป รวมถึงตัวผู้เล่นเองด้วยว่าพร้อมแค่ไหนกับเรื่องนี้ หลังจากนี้มีเกมที่มีแนวคิดแปลกๆ อีกเกมหนึ่งที่กำหนดให้ผู้เล่นเก็บ Lv ได้สูงสุดแค่ 70 แต่ถ้าท่านต้องการจะเก่งกว่านั้นต้อง Reset ตัวเองเป็น Lv 1 แล้วจะทำให้ Lv สูงสุดกลายเป็น Lv 71 แทน เมื่อท่าน Reset ตัวเองเมื่อถึง Lv สูงสุดไปเรื่อยๆ Lv สูงสุดก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ซึ่งมองแล้วก็เป็นการให้โอกาสผู้เล่นได้เลือกเพื่อจะเก่งขึ้นหรือไม่กับราคาที่สูงอยู่พอสมควรกระมังครับ

ตัวอย่าง Skill Tree ของ Acolyte / Priest ซึ่งได้ยินว่าผู้ที่เล่น Acolyte ส่วนใหญ่ มักจะเล่นจนกว่าจะได้ Job Lv 50 ก่อนค่อยทำ Class Change เป็น Priest
Credit : www.titopat923.blogspot.com

3. ผลกระทบของธาตุ เผ่าพันธุ์ หรือแม้กระทั่งขนาด ของมอนสเตอร์ - เมื่ออาชีพอย่าง Blacksmith ได้ถือกำเนิดขึ้นมาธาตุของมอนสเตอร์ ก็เริ่มมีความหมายมากกว่าแค่สำหรับ Mage ที่ใช้เวทย์ธาตุต่างๆ กับ Archer ที่ใช้ลูกธนูไฟได้ เมื่อรวมถึง ระบบการใส่การ์ดของมอนสเตอร์เพื่อเพิ่มความสามารถของตัวละคร ด้วยแล้ว RO ก็ถูกขยายความเป็นไปได้ในการผสมผสานของการเล่นให้ออกไปมากขึ้นอย่างมาก เมื่อผู้เล่นสามารถเลือกที่จะผสมสิ่งต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับมอนสเตอร์ที่เป็นเป้าหมายได้หลากหลายทางเลือก และมีมอนสเตอร์ให้เลือกอีกหลากหลาย มันจึงเป็นความสนุกสนานอยู่ไม่น้อยสำหรับ "การทดลองทำสิ่งแปลกๆ" เพื่อพิสูจน์แนวคิดของผมในการเล่น เช่นเอาการ์ดถูกๆ มาใส่อาวุธไปลองเก็บ Lv กับมอนสเตอร์ที่คนไม่ค่อยสนใจ หรือการผสมสกิลกับความสามารถของการ์ดเพื่อให้เก็บ Lv ได้เร็วมากขึ้น "เมื่อมันท้าทาย ก็น่าสนใจที่จะลองทำดูล่ะมั้งครับ"

หลังจากนั้น Ragnarok Online ก็ได้ออกผลงานที่เกี่ยวข้องมากมายไม่ว่าจะเป็น Ragnarok Battle Offine, เกมบนมือถือ, เกมบน NDS, และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับผมแล้ว ถือได้ว่า RO เป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เกมในอดีตอย่าง Dragon Quest หรือ Final Fantasy เลยล่ะครับ

หมายเหตุ : สุดท้ายนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยประทับใจกับการพัฒนาเกม Ragnarok Online II เป็น 3D ค่อนข้างมาก ด้วยยังเชื่ออีกว่ารูปแบบ 2D บนแผนที่แบบ 3D ที่เคยใช้ใน RO ภาคแรก ก็มีเสน่ห์มากเพียงพออยู่แล้ว เหมือนเช่นครั้งหนึ่งที่เกมอย่าง Tokimeki Memorial เคยพัฒนาในภาคที่ 3 ให้เป็น 3D แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรนักครับ ดังนั้นผมคิดว่าปัจจัยในการพัฒนาเกมให้ประสบความสำเร็จน่าจะไม่ได้ขึ้นกับการเป็นเกม 3D แล้วจะดีกว่าเกม 2D ครับ แต่เป็นเรื่องของการสร้างโลกของเกมในจินตนาการของคนเล่นให้รู้สึกถึงความผูกพันธ์กับเกมนั้นได้สำเร็จหรือไม่มากกว่าครับ

อาชีพ Ninja ที่มาใหม่ในภายหลัง
Credit : www.online-station.net
หมวกไอเท็มที่จะได้จากการเล่นเกม Ragnarok บนมือถือ
Credit : http://takato.exteen.com

15 สิงหาคม 2552

Ragnarok Online กับ พัฒนาการเริ่มแรก



Ragnarok Online Opening Animation Movie ที่น่าประทับใจ

จริงๆ แล้วแค่ได้เห็น Game Opening อันนี้ผมก็เกิดความสนใจในเกม Ragnarok Online ค่อนข้างมากแล้วล่ะครับ และการเดินทางของผม ไล่จาก Server Japan ไป Server Inter (IRO) ต่อมาก็ Server Thai - Close Beta และสุดท้ายกับ Server Thai - Open Beta ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นปัญหา สำหรับผมเท่าไรนัก เพราะเป้าหมายในการเล่นก็มิใช่การเล่นให้ได้ Level สูงๆ หรือการแข่งขันกับใครเป็นพิเศษอยู่แล้ว หากแต่เป็นการได้ลองทำสิ่งใหม่ พบเพื่อนใหม่ ค้าขายหาเงินภายในเกม เมื่อการเดินทางไปเรื่อยๆ ยังคงให้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ จะย้ายไปไหนก็ยังคงไม่ใช่ปัญหากระมัง

นอกจากนี้ ที่ผมสังเกตุระบบเริ่มต้นของ Ragnarok Online เมื่อเปรียบเทียบกับเกมอื่นๆ ทั้งที่ออนไลน์และไม่ออนไลน์แล้ว ผมก็คิดว่า มันมีเสน่ห์ในความอิสระภายในขอบเขตที่กำหนด ซึ่งมากกว่าเกมอื่นเล็กน้อย เพียงแต่มันกลับสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก อย่างเช่น

1. ระบบหน้าต่าง (Windows) ย่อยๆ ที่แสดงผลของระบบต่างๆ - ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างแสดง Status, Items, Stat, Skills, Option, Emotion และอื่นๆ ที่ย้าย ย่อ ปิดได้ค่อนข้างอิสระ รวมไปถึงการที่สามารถลากไอเท็มไปวางใน Kafra, ไปใส่เป็น Weapon / Armor, ไปโยนทิ้งเมื่อน้ำหนักเกิน, ไปใส่ช่อง Deal ทำได้อย่างสะดวกมาก ในส่วนนี้ บางคนอาจบอกว่ามันก็เหมือนกับโปรแกรม Windows ที่เราใช้มาตลอด "แต่การที่มันเหมือนสิ่งที่เราคุ้นเคยนั่นล่ะ คือ ข้อดีมากๆ" เพราะเราไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ในการใช้งานมันใหม่ และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็ว

อีกระบบที่น่าสนใจกับการ Upload New Skin โดยคุณก็สามารถทำ Skin เฉพาะตัวของคุณเองได้
Credit : http://forums.roempire.com

2. การให้อิสระกับ User ในการสร้าง Skin - ส่วนนี้แม้จะเหมือนไม่ได้โชว์คนอื่นโดยตรง แต่ก็ทำให้คุณรู้สึกได้ว่าคุณมีอิสระที่ปรับเปลี่ยนภาพในเกมได้ตามความพอใจของคุณ ไม่ว่าจะดุดัน หวานแหวว ตลก ซึ่งก็มีคนทำออกมาให้ใช้มากมาย และเมื่อคุณทำการ Save ภาพ Screen Saver ซึ่งระบบก็ให้คุณทำได้ง่ายด้วยการกด Print Scrn (Print Screen) แค่ครั้งเดียว เมื่อคุณเอาไปโชว์ให้เพื่อนเห็น มันก็เป็นการแสดงตัวตนของคุณเองได้ระดับหนึ่งแล้วล่ะครับ

3. ระบบเก็บของ (Storage) และระบบแลกเปลี่ยน (Deal) ที่เข้าใจได้ง่าย - การแยกช่องเก็บของ ให้ Items แบ่งเป็น 3 ประเภทแต่แรกเริ่ม ก็ทำให้ผู้เล่นจัดการกับสิ่งของในตัวได้ง่ายขึ้น

ระบบการ Deal ที่หยิบ Items ในตัวแลกเปลี่ยนกัน
Credit : http://choco.exteen.com

แต่ยอมรับว่าการที่เปลี่ยนต้องโดนบังคับย้าย Server อยู่เรื่อยๆ ก็ทำให้ได้เห็นอะไรบางอย่างเหมือนกัน ในแต่ละชุมชน เช่น ตอนอยู่ที่ Server ญี่ปุ่น ดูเหมือนเขาไม่ค่อยยอมรับเราเท่าไร ไม่รู้เพราะเราต้องคุยเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว หรือว่าเขามองว่าเราไปผิดถิ่น อยู่ผิดที่ผิดทางก็ไม่ทราบได้ แต่พอเป็นเพื่อนกันแล้วก็คุยกันสนุกใช้ได้ในระดับหนึ่ง พอตอนย้ายมาอยู่ Server IRO ก็รู้สึกว่าทุกคนคุยกันได้หมด แบบว่าคงเพราะว่ามาจากหลายประเทศกระมัง เลยไม่ค่อยมีการแบ่งแยกกันเท่าไร จำได้ว่าเริ่มมีเพื่อนเริ่มสนุกก็ต้องย้ายอีกแล้ว คราวนี้ก็มา Server ไทยซึ่งตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะรอเล่น Open Beta ไปเลย แต่ก็ทนความเย้ายวนใจไม่ไหว ก็ต้องมาเล่น Close Beta จนได้

จริงๆ แล้วตอนเล่น IRO ก็ไม่ค่อยพอใจคนที่ดูเหมือน "ขอทาน" มานั่งขอเงินขอ Items กับคนเดินผ่านไปผ่านมามากๆ เพราะรู้สึกว่า "เอาเวลานั่งขอเงินขอของไปตีมอนสเตอร์ยังจะดีซะกว่า" แต่ที่น่ากลุ้มใจที่สุดก็คือ ตอนเปิด Server Thai ใหม่ๆ ก็ดันมีคนเล่น Novice มานั่งขอเงินอีก ซึ่งน่าจะคิดบ้างว่า ใครมันจะไปมีเงินเหลือไปบริจาคกันตอนเพิ่งเริ่มเปิด Server กันบ้างล่ะครับ แต่เหมือนช่วงหลังๆ จะไม่ค่อยมีแล้ว แต่จะไปมีคนขอให้ไป Tank ให้ Novice ซะมากกว่าครับ แต่อันนี้ก็ขึ้นกับโอกาสและเวลาว่าจะพอช่วยเหลือกันได้แค่ไหนครับ

สุดท้ายนี้ ถึงแม้บางคนอาจสงสัยว่า จะหาเงินในเกมไปทำไมมากมาย ??? แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีในการเจรจาต่อรอง การประเมินคุณค่าของสิ่งต่างๆ รวมไปถึงการสังเกตุการเปลี่ยนแปลงของตลาดในเกมในแต่ละช่วงเวลา มันก็มีความน่าสนใจเหมือนการแก้ปริศนาที่มีเงินในเกมเป็นเดิมพันแล้วล่ะครับ

Credit : http://ilovero.ning.com

14 สิงหาคม 2552

Ragnarok Online กับ ความประทับเมื่อแรกเริ่ม

เริ่มต้นกับ Novice น้อยๆ มีด 1 เล่ม กับเงิน 0 Zeny
Credit : http://ragnarok-lazygoy.blogspot.com

"RO" หรือ "Ragnarok Online" เกมนี้เคยเป็นเกมออนไลน์เกมแรกๆ ที่ผมได้เล่นในสมัยนั้นครับ ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะยังมีเกมออนไลน์ที่ทำตลาดมาก่อนอย่าง "King Of King" แต่ก็เหมือนจะยังไม่เป็นกระแสที่มาแรงเทียบเท่ากับ RO

บรรยากาศตอนเริ่มแรกจะเป็นแบบนี้ล่ะครับ
เพียงแต่ว่ามีดสมัยแรกมันไม่มีรูหรอกนะครับ ^^"
Credit : http://mmohut.com

ในสมัยแรกๆ ของ RO ถึงแม้จะไม่ใช่รุ่นแรกที่เริ่มให้บริการ แต่ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่เกมยังแทบไม่มีอะไรเลยก็ว่าได้เมื่อเทียบกับระบบมากมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ภาพที่ทุกๆ คนก็เริ่มเล่นกันที่ Prontera ต่างคนต่างแย่งกันวิ่งไล่ตี Poring ด้วยความยากลำบาก ก็ยังตราตรึงในใจของผมเสมอมา ถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว Ragnarok Online ในสมัยนั้น เกมเริ่มด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายอย่างมาก นั่นก็คือ มอนสเตอร์มี HP เท่าไร เราก็เอาอาวุธที่ซื้อจากร้านของ NPC ทั่วไป ไปตีมันให้ตายซะก่อนที่เราจะตายซะเอง ^^" เมื่อมันตายเราได้ตังก็ไปของที่ดีกว่ามาตีมันให้ตายง่ายขึ้นอีกหน่อย ระบบธาตุดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าคุณไม่ได้ Mage เพราะอาวุธไม่มีธาตุเลย และการ์ดสมัยแรกก็เป็นเพียง ของดูต่างหน้ามอนสเตอร์ที่เราได้ตีตายไปเป็นร้อยเป็นพันตัว

Emotion ขำๆ ที่ผมประทับใจ
Credit : http://reahguevarra.com

อย่างไรก็ดี ระบบ Emotion ที่น่ารักและกวนๆ อย่าง /me ที่เป็นภาพวิ่งหนี หรือ /no1 ที่ชูนิ้วโป้งแสดงความนับถือ ก็มีเอกลักษณ์มากพอที่จะสื่อความหมายข้ามกำแพงภาษาได้ เพราะถ้าจำไม่ผิดจะเริ่มจากการที่เริ่มไปเล่นใน Server Japan ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่มีบางอย่างยังคงประทับใจจนทุกวันนี้ เมื่อคุณต่อสู้ด้วยความทรหดอดทนพอสมควรจนกระทั่ง Job Level 10 แล้วก็จะถึงเวลาได้เท่ห์เป็นอาชีพ Job 1 กันซะที หลายๆ คนก็ต้องออกเดินทางไปยังเมืองต่าง ซึ่งสมัยนั้นการเปลี่ยนอาชีพก็ง่ายบ้างยากบ้างต่างกันไป เช่น

1. Swordman ที่ Izlude - เปลี่ยนง่ายสุดขีด เพราะแค่คุยจบท่านก็เป็นได้ แถม Izlude เป็นเมืองที่อยู่ข้างๆ Prontera ซึ่งเป็นเมืองเกิด จึงเป็นอาชีพที่มีเยอะที่สุดในเกมสมัยนั้นก็ว่าได้
2. Archer ที่ Payon - สมัยแรกนี่ไปถึงเมืองคุยแล้วเขาก็ให้เปลี่ยนได้เลยนะครับ เพราะยังไม่มี Quest ก็ถือเป็นอีกอาชีพที่มีคนเล่นมากอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับ Swordman แล้วจะเล่นยากกว่า ใช้เงินทำทุนมากกว่า เพราะไม่เพียงแต่จะต้องซื้ออาวุธ เรายังต้องซื้อลูกธนูมาใช้ยิงอีกด้วย ลูกธนูธรรมดา 1 zeny ลูกธนูไฟ 3 zeny ซื้อมาทีละ 1,500-2,000 ดอก ยิงแปปเดียวก็เกลี้ยงแล้วล่ะครับ รู้สึกคล้ายกับการใช้เงินปาใส่ศัตรูเลยก็ว่าได้
3. Thief ที่ Morroc - อันนี้เริ่มลำบากหน่อย เพราะต้องเข้า Pyramid ซึ่งอันนี้ก็จะลำบากตรงตอนเรายังไม่เก่งก็จะโดนค้าวคาว Familiar ตีตายเอาได้ เคล็ดลับการเปลี่ยนอาชีพง่ายๆ ก็คือ ต้องมี Swordman "ใจดี" สาย Vit ช่วยเดินไป Tank ค้างคาวให้เรา ซึ่งก็มีคนใจดีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่ตอนนั้นรู้สึกว่าผมจะใช้วิธีแอบตามคนที่เปลี่ยนเป็น Thief อีกคนเข้าไป ^^"
4. Merchart ที่ Alberta - ซึ่งก็ต้องพิสูจน์ความเชื่อถือจากสมาคมการค้า โดยการส่งของครับ ท่านต้องเดินทางเอาหน่อย แต่อย่างไรก็ดียังมีทางสบายอยู่นิดหนึ่ง ตรงที่ตอนนั้นก็มีเรือวิ่งระหว่าง Alberta กับ Izlude แล้ว แต่ด้วยราคา 500 zeny ครับ ซึ่งถือว่าเป็นเงินมากอยู่เหมือนกันในสมัยนั้น
5. Acolyte ที่ Prontera - อันนี้เหมือนจะง่ายเพราะเปลี่ยนที่เมืองเกิด แต่ท่านก็ดันมี Quest ให้ทำเพื่อพิสูจน์ความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าซะนี่ ด้วยการเดินทางไปพบหลวงพี่ที่เขากำหนด แล้วค่อยกลับมาที่ Prontera เพื่อขอบวช ตรงนี้จำได้เลยว่าเคยหัวหมอ ใช้ Wing of Butterfly กะจะกลับด่วน แต่คนทำ Quest เขาก็ป้องกันไว้แล้ว โดยท่านจะได้วาปกลับไปที่หลวงพี่ที่เขากำหนด นั่นแหละครับ
6. Mage ที่ Geffen - อาชีพนี้เป็นยากที่สุดก็ว่าได้ในสมัยนั้น เพราะถ้าจำไม่ผิดจะอ่านไม่รู้เรื่องเพราะ Font ไม่ใช่ญี่ปุ่น และมันไม่ได้มีตายตัว แต่รู้สึกว่าจะสุ่มจาก 1 ใน 4 แบบ หลังจากนั้นก็ยังต้องเดินทางไปตักน้ำครับ อันนี้ก็แล้วแต่ดวงอีกแล้ว เพราะมีที่ต้องไปตัก 2 ที่ คือ Morroc กับ Payon ถ้าได้ Payon จะใกล้หน่อย แต่ถ้า Morroc ก็เดินกันอ่วมเลยล่ะครับ แถมถ้าผสมผิด เปลี่ยนไม่ได้ก็ต้องถามกันให้วุ่นไปหมดเลยล่ะครับ
รูปตัวละครอาชีพต่างๆ Credit : http://strategywiki.org

การเรียงลำดับด้านบนนี้เรียงตามความลำบากในการเปลี่ยนอาชีพจาก Novice เป็น Job 1 ในสมัยนั้น ซึ่งแค่นั้นก็เป็นจุดสูงสุดของอาชีพแล้ว เพราะยังไม่มีแม้แต่ข่าวว่าจะออก Job 2 เลย เมื่อคุณได้เปลี่ยน Job 1 แล้วแต่ละคนก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปครับ สุขบ้างทุกข์บ้างคละเคล้าด้วยทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ถ้าลองไล่ดูก็เป็นประมาณนี้

1. Swordman - ช่วงแรกจะเก่งมาก คนส่วนใหญ่จะเล่นนิยมสาย Str-Vit ครับ เพราะเมื่อท่านมี HP Recovery ท่านก็จะประหยัดเงินค่าน้ำยา Potion ทำให้เป็นอาชีพที่เหมาะสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นเล่นเกมนี้ครั้งแรกมากๆ เพราะค่อนข้างเก่งมากในช่วง Level ยังไม่สูงมาก โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อของมากนัก แต่เมื่อท่านเล่นไปนานๆ จะเริ่มเซ็งกับความช้าในการโจมตี และจัดการศัตรู ทำให้พอเริ่มเก็บเงินได้คนก็จะเอาเงินไปปั้นตัวอื่นเป็นอาชีพที่โจมตีแรงๆ

2. Archor - เป็นอาชีพที่เหมือนโกงเลยครับ เมื่อ Up Skill อย่าง Vulture's Eye เพิ่มระยะยิงไปอีก 10 แล้วทีนี้ก็จะเป็นมหกรรมเกาะขอบครับ ^^" จำได้แม่นมากกับ Map Morroc เดินลง 1 Map ไปทางขวา 1 Map สมัยก่อนจะมีแต่ Hode, Anacondag, และ Steel Chonchon ซึ่งทั้งหมดไม่โจมตีก่อน และมีหน้าผาขนาดพอเหมาะให้ท่านแอบยิงศัตรูโหดๆ ได้ฟรีๆ แต่เมื่อท่านเก่งระดับหนึ่งแล้วก็อาจก้าวต่อไปยัง Pyramid ชั้น 3 ครับ กับการแอบซิว Mummy อาชีพนี้จะทำให้ท่านรู้สึกสนุกได้มากคละเคล้าความเซ็งในระดับหนึ่ง เพราะฆ่าได้แต่เก็บของไม่ได้ เพราะเมื่อศัตรูตายของตก แม้ว่า Server อื่นๆ ที่ไม่ใช่ Server ไทย เขาจะไม่ loot กัน แต่ท่านก็ยากที่จะเก็บของได้ทันก่อนที่มันจะหายไป หรือบางทีความพยายามเก็บก็อาจทำให้ตายอีกต่างหาก T_T

3. Thief - เป็นอาชีพที่ตอนแรกเล่นยากและควรเล่นตัวอื่นมาก่อน เพราะตอนแรกจะหลบไม่ได้เรียกเป็นภาษาในเกมว่า
"ต้องตีแบบแลกเลือดกัน" ไปจนกระทั่งเริ่มเก่ง ทีนี้ความพริ้วจะช่วยให้ท่านทำอะไรก็ได้ จำได้ว่าถ้าเล่นไปจน LV สูงมากๆ แล้วสามารถไปสู้กันตัวต่อตัวกับหัวหน้าใหญ่ในเกมในสมัยนั้น อย่าง Baphomet ได้ทีเดียวครับ

4. Merchart - อาชีพนี้หาคนเล่นนานๆ ได้ยาก เพราะไม่รู้จะเล่นไปทำไมเนื่องจากประโยชน์ในตอนนี้มีแค่ Discount (DC) , Overcharge (OC), และ Vending เท่านั้นเอง ซึ่งทั้งหมดไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้เลย อย่างไรก็ดีมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกือบทุกร้านจะตั้งขาย Red Potion แข่งกัน ซึ่งก็จะตัดราคากันจนแทบไม่ได้กำไรกันเลย จึงทำให้ต่อมาเกิดไอเดียการค้ามากมาย ทั้งไปตั้งร้านอยู่ในที่แปลกๆ ที่ไม่ค่อยมีคนอื่นมาตั้งแข่ง จำได้ว่าตอนนั้นสามารถตั้งร้านได้ใน Dungeon และแม้นอนตายก็ขายของต่อได้ เรียกได้ว่าไปตั้งร้านให้เสร็จแล้วนอนขายสินค้าเลยล่ะครับ ^^" แต่รู้สึกว่าระบบนี้ตอนหลังจะถูกแก้ไขจนทำไม่ได้แล้วซึ่งน่าเสียดายมากอยู่

5. Acolyte - หลักๆ จะเล่น 2 ทางครับ คือ สายบู๊ กับ สายซัพพอร์ท (Support) โดยถ้าท่านเลือกจะบู๊ชะตาชีวิตท่านจะต้องสถิตอยู่กับถ้ำของ Payon ไปอีกนานแสนนาน เพราะ Undead ส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ แม้ Pyramid อาจเป็นสถานที่ที่พอเป็นไปได้แต่ก็มักจะไปกันในช่วงที่เก่งหน่อยแล้วล่ะครับ นอกนั้นไปก็สู้ลำบาก ต่อมาคือ สายซัพพอร์ท สายนี้บางคนเรียกว่าสายนั่งแชท คือ ท่านต้องนั่งเพื่อให้ Sp ขึ้นเร็วหน่อย แล้วคอยใช้ Skill อย่าง Heal, Blessing, Increase Agi ช่วยเพื่อนใน Party ของท่าน เพื่อขอให้เขาช่วยแชร์ค่าประสบการณ์ให้ท่านได้มีโอกาสโต ซึ่งแน่นอนว่านั่งเฉยๆ ก็อาจทำให้ท่านคันมือ จึงเป็นธรรมดาที่จะชวนคุยไปเรื่อย ทั้งในกลุ่ม Party และคนนอก เพราะบางครั้งก็อาจได้คนนอกมาช่วยท่านเก็บ Level ด้วยก็ได้ครับ ซึ่งภาษาชาวบ้านก็อาจเรียกได้ว่า "ช่วยลาก" ครับ

6. Mage - เป็นอาชีพที่โจมตีแรงที่สุดของเกมในตอนนั้น ด้วยความสามารถโจมตีด้วย Skill ที่มีธาตุต่างๆ ซึ่งช่วยให้ศัตรูที่แพ้ทางได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ทุกอย่างดูดีมาก เสียอยู่อย่างเดียวก็คือ "ถ้าโดนโจมตีแม้แต่น้อยในระหว่างร่าย จะเสียสมาธิและหยุดร่ายเวทย์ทันที" ดังนั้นท่านจึงมีหลายทางเลือกมากพอสมควร แต่อย่างไรก็ดีการมีเพื่อนช่วยก็จะทำให้อาชีพนี้ทำงานได้ง่ายขึ้นมากเลยล่ะครับ

ในเกมช่วงแรกไม่ได้เน้นความเป็น Party มากนัก แต่ก็สามารถเล่นได้ทั้งแบบ "รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราก็ยังสบาย" ซึ่งบางสถานการณ์ก็อาจกลายเป็น "รวมกันตายหมู่ แยกหมู่ก็ไปตายเดี่ยว" ก็ได้เช่นกัน ผู้เล่นก็ยังคงมีความสุขในระดับหนึ่งแม้ว่าเกมจะปัญหาอยู่บ้าง เช่น การ Deal แล้วถ้าฝ่ายนาย A ปิดหน้าต่างไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาย ฝ่ายนาย B ที่วาง Item ในจังหวะนั้นจะถือเป็นการทิ้ง Item ลงพื้นแทน (ภายหลังแก้เป็นถ้าปิดหน้าต่างต้องรอ 5-10 วินาทีถึงจะทิ้งของลงพื้นได้) มีสุขมีเศร้าบ้าง ก็ถือเป็นประสบการณ์เรื่อยๆ เปื่อยๆ ครั้งแรกสำหรับเกม Ragnarok Online ของผมซึ่งคงยากจะลืมเลือนครับ

หน้าต่างใส่ Weapon / Armor และหน้าต่างใส่ Point Up Status
Credit : www.online-station.net


Credit : http://g3.buildboard.com

Credit : http://eathena.ws

07 สิงหาคม 2552

Card System ในเกม Ragnarok Online

ภาพ Ragnarok Online SAGA ภาค นักดาบกับผนึกของดาบล้ำค่า
Credit : www.online-station.net

สำหรับผมแล้ว Card ในเกม Ragnarok Online (RO) นั้นถือได้ว่าเป็นแนวความคิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และถือได้ว่าน่าสนใจอย่างมากเลยล่ะครับประกอบด้วย

1. ภาพของ Card ที่มีความสวยงาม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมอนสเตอร์ตัวนั้นๆ

ในการเล่นเกมสักเกมหนึ่ง คุณจะได้เห็น ภาพที่ปรากฎในเกมจริงๆ (Sprite View) ของอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Items, Monsters, Characters, Building หรืออื่นๆ มากมาย ซึ่งเกมทั่วไปนั้นจะมีการนำเสนอ ภาพขนาดใหญ่ของตัวละคร (Full View) ผ่านสื่อต่างๆ เช่น หนังสือ อินเตอร์เน็ต โปสเตอร์ เพื่อให้เมื่อผู้เล่นเห็น ภาพแบบ Sprite View แล้ว จะเชื่อมโยง นึกถึง มอนสเตอร์ตัวนั้น และเกิดความประทับใจในหลายๆ แง่มุม


Quve (Sprite View)

Quve Card (Full View)
Credit : http://ragnarok.asiasoft.co.thCredit : http://iro.ragnarokonline.com

แต่สำหรับเกม RO แล้ว การใส่ภาพมอนสเตอร์เป็นภาพ Card ที่ดูได้จากเกมโดยตรง เป็นแนวคิดที่ดีมากๆ ที่ทำให้ผู้เล่นทุกคน สามารถเข้าถึงภาพแบบ Full View ได้ง่ายที่สุดเท่าที่ผมจะนึกออกได้ ซึ่งมีผลอย่างมากในการสร้างความประทับใจที่มีต่อตัวเกมโดยตรงครับ

2. Card ใช้เพิ่มความสามารถของอาวุธ (Weapons) เครื่องป้องกัน (Armors) และเครื่องประดับ (Accessories)

ผมคิดว่าได้เล่นเกม RPG และ Strategy มาหลายสิบเกมแล้ว แต่เท่าที่จำได้ไม่มีเกมไหนในอดีตเลยที่ใช้ Card เพิ่มความสามารถของอุปกรณ์ของตัวเรา ก่อนหน้านั้นมักจะเป็น Gemstone สำหรับเกมอย่าง Diablo หรือ Sphere, Crystal สำหรับเกมกลุ่มของ Final Fantasy, อาจเป็น Soul หรืออืนๆ แต่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ "การนำ Card มาใส่อาวุธ แล้วทำให้ตีแรงขึ้น" ฟังดูขัดสามัญสำนึกชอบกล แต่ก็แหวกแนวอย่างมากครับ เมื่อรวมกับแนวคิดที่ว่ายิ่งอาวุธระดับสูงจะมีช่องใส่ Card น้อยลงเรื่อยๆ แล้วทำให้เกมเกิดแง่มุมที่แตกต่างออกไป ส่งผลให้อาวุธในหลายๆ ระดับของเกมมีคุณค่าในตัวของมัน มิใช่เพียงอาวุธระดับสูงที่มีค่ามากเพียงอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ของผู้เล่นแต่ละคนครับ

Credit : http://game.sanook.com/

นี่ยังไม่รวมถึงแนวคิดของการใช้ Card ใบเดียวกันซ้อนความสามารถ, การใช้ Card ใส่ในหลายๆ ส่วน เพื่อเป็นการใช้ Card Set, การใช้ Card ที่มี Skills หรือ Ability บางอย่าง เพื่อช่วยเพิ่มความหลากหลายในการผสมผสานกับตัวละครอาชีพต่างๆ, ความต้องการของ Card ในตลาดที่เกิดจาก Monster ชนิดต่างๆ ขนาดต่างๆ ธาตุต่างๆ ที่มีในเกม เช่น เมื่อมอนสเตอร์ตัวขนาดกลางในเกมมีมากสุดก็ทำให้การ์ดที่ทำให้โจมตีมอนสเตอร์ขนาดกลางได้แรง มีราคาสูง หรือ เมื่อมอนสเตอร์ในเกมช่วงหนึ่งมีเผ่าพันธุ์ Angel น้อย การ์ดที่ช่วยในการโจมตีมอนสเตอร์สายพันธุ์ Angel ก็มีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับความหายากของมัน

ภาพ Ragnarok Online SAGA ภาค นักดาบกับผนึกของดาบล้ำค่า
Credit : www.online-station.net